วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

5 เทรนด์แต่งบ้านมาแรงสำหรับปี 2013

มาอัปเดตเทรนปี 2013 กันค่ะ
      
        การติดตามเทรนใหม่ในแต่ละปี  เป็นอีกอย่างหนึ่งที่จะลืมไปไม่ได้ เพราะเราจะรู้ถึงแนวทางในการที่จะนำมาใช้เป็นไอเดียในการคิดงานออกแบบ  จะได้ไม่ตกเทรนค่ะ  

20 ไอเดียแต่งห้องนั่งเล่นหลากหลายสไตล์


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

           ห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นเป็นอีกหนึ่งห้องที่สำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ของบ้าน เพราะเป็นห้องที่ไว้ใช้รับแขก แถมยังเป็นที่ ๆ ครอบครัวมารวมตัวใช้เวลาพักผ่อนด้วยกันอีกด้วย เพราะฉะนั้นการตกแต่งห้องนั่งเล่นจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ดังนั้นวันนี้กระปุกดอทคอมจึงขอนำไอเดียการแต่งห้องนั่งเล่นหลากหลายแบบมาให้ลองชมกัน เพื่อเป็นแบบอย่างให้คุณลองเอาไปใช้แต่งห้องของตัวเองดู ลองมาดูกันเลยค่ะ


ภาพจาก Fawn Galli 

1. ห้องนั่งเล่นแนวเรโทรตะวันตก

          ห้องนั่งเล่นสไตล์นี้ควรใช้สีโทนอ่อนเรียบ ๆ เช่นสีฟ้าหรือสีเขียวอ่อนจับคู่กับสีชมพู เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย และควรเลือกใช้โซฟาหนานุ่ม และผ้าม่านที่ดูโปร่งสบาย เพื่อเสริมความนุ่มนวลอบอุ่นให้กับห้อง นอกจากนี้ เพื่อให้ห้องดูมีระดับและมีความเป็นเรโทรมากขึ้น ควรเน้นเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากโลหะสีเรียบ ๆ  ดีไซน์โค้งมน เช่นเก้าอี้ขาเล็ก ๆ ทรงแหลม สีขาวหรือสีน้ำตาล เป็นต้น

ภาพจาก Richard Bubnowski 

2. ห้องสไตล์บังกะโล 

          ห้องที่ให้บรรยากาศแบบวันหยุดพักผ่อนแบบนี้ ควรเลือกทาผนังสีขาวเรียบ ๆ และเน้นเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันแทน เพื่อให้เฟอร์นิเจอร์เป็นจุดเด่นของห้อง และเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้สีน้ำตาลเข้ม จะช่วยให้ห้องได้บรรยากาศแบบคันทรี่แนวตะวันตกเหมือนในวันหยุดพักผ่อนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรเลือกโซฟาที่มีเบาะทำจากผ้าฝ้ายเนื้อหยาบด้วย เพื่อให้ห้องดูเรียบหรูมากขึ้น แถมยังช่วยให้คุณทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น เพราะฝุ่นที่เกาะได้น้อยลงอีกด้วย

 
ภาพจาก Allison Elebash 
3. ห้องพักผ่อนริมทะเล

          ห้องนั่งเล่นในบ้านพักตากอากาศริมทะเลถือเป็นห้องในฝันของใครหลาย ๆ คน เพราะนอกจากจะได้ใช้นั่งพักผ่อนให้สบายแล้ว ยังมีวิวทะเลสวย ๆ ให้ดูเพลิน ๆ อีกด้วย ดังนั้นเราจึงควรตกแต่งห้องให้ดูเป็นแบบสบาย ๆ มากที่สุด เพื่อให้เข้ากับวิวทิวัศน์รอบข้าง โดยการใช้กำแพงสีขาวเรียบ ๆ จับคู่กับเฟอร์นิเจอร์สีอ่อน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือการตกแต่งด้วยของแต่งห้องแนวมารีนที่ให้อารมณ์แบบทะเล เช่น เปลือกหอย หรือ ตุ๊กตานางเงือก เป็นต้น


ภาพจาก Tucker&Marks 

4. ห้องสไตล์วิคตอเรียน

          ไม่มีอะไรแสดงถึงความหรูหรามีระดับได้ดีไปกว่าห้องนั่งเล่นสไตล์วิคตอเรียน ที่ให้เสน่ห์แบบย้อนยุค ห้องแนวนี้เหมาะสำหรับห้องที่มีขนาดใหญ่ เพราะจะเน้นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ ๆ หลายชิ้น เช่นเก้าอี้นวมตัวหนา ๆ โคมไฟสไตล์หรู และพวกของประดับอื่น ๆ เช่น แจกัน และ ของตกแต่งเพิ่มเติมจำพวกรูปภาพ เตาผิง หรือกระจกบานใหญ่ ดังนั้นควรพิจารณาขนดห้องของคุณให้ดี ก่อนจะจัดห้องแนวนี้

 
ภาพจาก Mary McDonald
5. ห้องผสมแนวโมเดิร์นและวินเทจ

          หากใครกลัวว่าห้องสไตล์วินเทจจะดูหวานเกินไป หรือห้องแนวโมเดิร์นจะดูจืดชืดจนน่าเบื่อ ก็สามารถนำทั้งสองสไตล์นี้มาผสมผสานกัน เพื่อให้ห้องนั่งเล่นของคุณดูอบอุ่นลงตัวมากขึ้นได้ ด้วยการใช้สีโทนเรียบแนวโมเดิร์นเป็นสีหลักของห้อง ทั้งผนังและพื้นของห้อง รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ ในขณะเดียวกันก็เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ดูคลาสสิกทรงมนตามสไตล์วินเทจ เพื่อให้ห้องดูอบอุ่นออ่นหวานมากขึ้น



6. เล่นสีสันให้ห้องสดใส

          สำหรับคนที่ชอบห้องนั่งเล่นที่ให้บรรยากาศสนุกสนานร่าเริง การเล่นสีสันให้ห้องดูสว่างสดใสน่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะกับคุณ ควรเลือกทาผนังด้านหนึ่งด้วยสีสว่างสดใส แต่ระวัง อย่าใช้สีเดียวกันทาทั้งห้อง จะทำให้ดูจัดจ้านแสบตาจนเกินไป ส่วนผนังด้านอื่นก็ควรเลือกสีเรียบ ๆ ที่ไม่โดดเด่นมาก เพือให้ด้านที่เป็นสีสว่างดูเด่นที่สุดในห้อง นอกจากนี้เฟอร์นิเจอร์ก็ควรเป็นสีสด ๆ ที่ตัดกับผนังห้องหลาย ๆ สี เพื่อให้ห้องดูมีมีชีวิตชีวา


ภาพจาก House&Home 

7. ห้องนั่งเล่นสีม่วง

          สีม่วงเป็นสีที่สร้างเสน่ห์ลึกลับน่าค้นหาให้กับห้อง สีที่ควรใช้จับคู่คือสีที่ให้ความรู้สึกหรูหรามีระดับ เช่น สีทอง สีเงิน หรืออาจใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่มีสีเข้ม ๆ เพื่อให้ห้องดุมีระดับมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือควรให้ในห้องมีแสงสว่างทั่วถึงพอควร เพื่อให้สีม่วงที่ผนังไม่มืดทึมจนดูหดหู่เกินไป


20 ไอเดียแต่งห้องนั่งเล่นหลากหลายสไตล์

8. ห้องสีขาวล้วนสุดคลาสสิก

          ไม่ว่าอย่างไรสีขาวก็เป็นสีพื้นที่ใช้ได้ไม่รู้เบื่อ เพราะช่วยให้ห้องดูเรียบง่ายเป็นผู้ใหญ่ แถมสามารถจับคู่ได้กับทุกสีทุกสไตล์ นอกจากนี้ สีขาวล้วนเพียงสีเดียวก็ยังสามารถทำให้ห้องดูสวยสะอาดตาได้อีกด้วย เพียงแค่ตกแต่ทั้งห้องด้วยสีขาว จากนั้นค่อยนำเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็ก ๆ เช่นหมอนอิงหรือดอกไม้สีพาสเทลอ่อน ๆ มาแต่ง เท่านี้ก็ทำให้ห้องดูสะอาดตาน่าพักผ่อนแล้ว


20 ไอเดียแต่งห้องนั่งเล่นหลากหลายสไตล์

9. ห้องสไตล์คันทรี่

          ถ้าคุณต้องการผ่อนคลายแบบเป็นธรรมชาติเหมือนพักผ่อนอยู่ในแถบชานเมือง ห้องนั่งเล่นสไตล์คันทรี่ที่ให้กลิ่นอายของยุคเก่าผสมผสานกับธรรมชาติจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง โดยห้องนั่งเล่นแนวนี้จะเน้นเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ชิ้นใหญ่ ๆ และโทนสีเรียบ ๆ เป็นหลัก


20 ไอเดียแต่งห้องนั่งเล่นหลากหลายสไตล์

10. ห้องสีเหลืองสุดชิค 

          สีเหลืองสว่างเป็นอีกสีที่จะทำให้ห้องของคุณดูสดใสและทันสมัยมากขึ้น สามารถเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งห้องแนวไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น โมเดิร์นหรือเรโทร แต่ที่สำคัญควรเน้นเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีตัดกับสีเหลือง เช่น สีขาว สีดำ และ สีฟ้าสด เพื่อให้ห้องดูสดใสขึ้น


ภาพจาก Tucker&Marks 

11. ห้องนั่งเล่นสีแดงสด

          ห้องนั่งเล่นสีโทนร้อนอย่างสีแดงสดจะดูหรูหราขึ้นทันทีเมื่อตกแต่งด้วยสีทองที่ช่วยขับให้สีแดงดูเด่นยิ่งขึ้น และหากอยากให้ห้องดูมีระดับมากยิ่งขึ้น ก็ควรหารูปภาพคลาสสิกล้อมกรอบทองขนาดใหญ่มาแต่งห้อง จะช่วยให้ผนังห้อวดูกว้างขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ควรดูแลเรื่องแสงไฟให้ดี เพราะหากแสงสว่างไม่มากพอ ห้องจะดูเก่าหมองทันที


ภาพจาก Tucker&Marks 

12. เปลี่ยนห้องให้หวานด้วยสีพาสเทล

          สำหรับคนที่ชอบห้องสไตล์หวาน ๆ เหมือนกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ห้องนั่งเล่นสีพาสเทลอ่อน ๆ อาจเป็นคำตอบสำหรับคุณ สีโทนนี้จะทำให้ห้องดูสว่างและมีบรรยากาศผ่อนคลายมากขึ้น สำหรับการแต่งห้องแนวนี้ ควรใช้เฟอร์นิเจอร์สีขาวขุ่นแบบสีงาช้างเป็นสีหลัก จากนั้นค่อยตกแต่งด้วยเฟอร์สีอ่อน ๆ  เช่น สีฟ้าและสีชมพู จะทำให้ห้องดูน่ารักอ่อนหวานและไม่จืดชืดจนเกินไป


ภาพจาก Diane BerQeron

13. แต่งห้องแคบ ๆ ด้วยการเล่นสี

          แน่นอนว่าห้องที่มีพื้นที่น้อยควรทาสีโทนสว่าง เพื่อให้ห้องดูเหมือนได้รับแสงแดดและมีอากาศถ่ายเทมากขึ้น ห้องจะได้ดูกว้างขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม หากต้องการให้ห้องดูมีพื้นที่มากขึ้นอีก เฟอร์นิเจอร์สีโทนมืดก็สามารถช่วยให้ห้องของคุณดูมีมิติมากขึ้นเช่นกัน เพราะจะช่วยหลอกตาให้ห้องดูมีความลึกมากขึ้น ดังนั้นควรเลือกสีสว่างมาทาห้อง และเน้นเฟอร์นิเจอร์สีโทนมืด เช่น สีดำ เพื่อให้ห้องของคุณดูกว้างขึ้น


ภาพจาก Judith Balis 

14. ห้องนั่งเล่นแฝงกลิ่นอายฤดูใบไม้ร่วง

          เพื่อให้ห้องดูมีกลิ่นอายของฤดูใบไม้ร่วงที่อบอุ่นสวยงาม ควรเลือกใช้สีโทนร้อนและเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้แนวย้อนยุคเป็นหลัก นอกจากนี้ ไม่ควรเล่นแสงมากเกินไปจนสีของเฟอร์นิเจอร์ดูซีดเก่า เท่านี้ก็จะทำให้ห้องนั่งเล่นของคุณดูมีเสน่ห์แบบฤดูใบไม้ร่วงได้แล้ว


ภาพจาก Designers Guild 

15. ห้องลายดอก

          จำไว้ว่าหากเลือกใช้วอลเปเปอร์ลายดอกแล้วก็ควรใช้เฟอร์นิเจอร์เรียบๆ แบบที่ไม่มีลาย เพื่อให้ห้องดูไม่รกจนเกินไป และถ้าต้องการใช้เฟอร์นิเจอร์ลายดอก ก็ควรทาห้องด้วยสีเรียบ ๆ เช่น สีเบจ สีขาว หรือสีฟ้าอ่อน เฟอร์นิเจอร์จะได้เป็นจุดเด่นของห้อง นอกจากนี้ ผ้าม่านที่ใช้กับห้องก็ควรเลือกแบบโปร่งใสด้วย ห้องจะได้ดูโปร่งสบายมากขึ้น


20 ไอเดียแต่งห้องนั่งเล่นหลากหลายสไตล์
16. ห้องนั่งเล่นสไตล์โมเดิร์น มินิมอลลิสต์ 

          ใช่ว่าห้องนั่งเล่นแนวโมเดิร์นจะต้องเน้นแต่เฟอร์นิเจอร์เรียบ ๆ แข็ง ๆ ทรงเหลี่ยมเสมอไป คุณสามารถมีห้องนั่งเล่นที่ดูอบอุ่นน่าพักผ่อนและแฝงความเป็นผู้ใหญ่ในเวลาเดียวกันได้ ด้วยการเลือกใช้สีโทนเรียบแนวโมเดิร์นเป็นสีหลักของห้อง จากนั้นก็เสริมแต่งด้วยพรมขนสัตว์ และโซฟาตัวใหญ่หนา ๆ เพื่อให้ห้องดูผ่อนคลายมากขึ้น


ภาพจาก Mabley Handler

17. ห้องสีฟ้าอ่อน 

          ผนังห้องสีฟ้าอ่อนเหมาะสำหรับใช้เป็นสีพื้น เพื่อให้เฟอร์นิเจอร์ในห้องดูเด่นยิ่งขึ้น และจะเข้ากันได้ดีเป็นพิเศษเมื่อประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อน นอกจากนี้ ควรหารูปแนวไหนก็ได้ตามสไตล์ที่คุณชื่นชอบมาประดับ รูปจะดูเด่น และช่วยให้ห้องดูสดใสขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรระวัง อย่าจับคู่กับสีเขียวน้ำทะเลที่มีโทนสีใกล้เคียงกัน เพราะสีจะดูกลืนกันเกินไปจนทำให้ห้องดูจืด


20 ไอเดียแต่งห้องนั่งเล่นหลากหลายสไตล์

18. ห้องนั่งเล่นโทนขาวดำ

          ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยมากหรือน้อย ห้องโทนสีขาวดำสไตล์โมเดิร์นก็สามารถช่วยสื่อถึงความเรียบหรูทันสมัยได้เสมอ แถมยังช่วยทำให้ห้องของคุณดูกว้างสะอาดตาอีกด้วย นอกจากนี้ เครื่องเรือนแนวโมเดิร์นหลาย ๆ ชิ้นยังมีราคาถูก หาซื้อค่อนข้างง่าย เพราะฉะนั้นจึงสะดวกในการแต่งห้องมากกว่าแบบอื่น  ๆ เพียงแค่มองหาเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก๋ สีเรียบ ๆ ทรงเหลี่ยม เท่านี้ก็ใช้ได้แล้ว


 20 ไอเดียแต่งห้องนั่งเล่นหลากหลายสไตล์

19. แนวอบอุ่นเหมือนกระท่อมในนิทาน

          ห้องแบบนี้เหมาะสำหรับคนที่มีบ้านที่ทำจากไม้ธรรมชาติ จำพวกบ้านพักตากอากาศ อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของบ้านแนวนี้คือจะดูค่อนข้างทึบแสง ซึ่งมีสาเหตุมาจากความหนาและสีของเนื้อไม้ที่ค่อนข้างเข้ม ดังนั้นควรตกแต่งด้วยการทาสีขาวหรือเทาอ่อนตามกำแพง เพื่อให้ห้องดูโปร่งสบาย เหมือนมีแสงแดดและอากาศถ่ายเทมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ก็ควรดูแลแสงไฟในห้องให้สว่างทั่วถึง


20 ไอเดียแต่งห้องนั่งเล่นหลากหลายสไตล์

20. ห้องสีน้ำตาลหม่น

          ห้องโทนสีเรียบ ๆ นี้จะดูเด่นขึ้นทันทีเมื่อประดับด้วยรูปสไตล์แอนติคที่มีกรอบสีเข้ม ๆ หรือสีทอง ส่วนพื้นที่ใช้คู่กับผนังห้องสีนี้ควรเป็นสีเรียบ ๆ เช่นเดียวกัน เพื่อเน้นความเด่นของห้องด้วยสีสันของเฟอร์นิเจอร์แทน อย่างไรก็ตาม ควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีทรงโค้งมนหรือแนวย้อนยุค เพื่อให้ห้องได้บรรยากาศเรียบหรูมากขึ้น


ขอบคุณที่มา http://home.kapook.com/view44228.html

หรูหรา! ห้องรับแขกสีทอง จิ๋วแต่แจ๋ว



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก Happy Irena

 หรูหรา! ห้องรับแขกสีทอง จิ๋วแต่แจ๋ว

           ห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นเป็นอีกหนึ่งห้องที่สำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ของบ้าน เพราะเป็นห้องที่ไว้ใช้รับแขก แถมยังเป็นที่ ๆ ครอบครัวมารวมตัวใช้เวลาพักผ่อนด้วยกันอีกด้วย เพราะฉะนั้นการตกแต่งห้องนั่งเล่นจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก 
           การตกแต่งห้องนั่งเล่น ได้รับความเอาใจใส่มากขึ้น ได้มีการเพิ่ม ความแปลกใหม่ ที่ยังคงให้ ความรู้สึก สบาย อย่างง่ายๆ ซึ่งมีผลมาจากปัจจัย 3 ประการคือ
      -  เฟอร์นิเจอร์แปลกๆ ใหม่ๆ ที่บริษัทผู้ผลิตได้ออกแบบแตกต่างหลายหลาก และมีหลายระดับราคา ให้เลือกซื้อได้ตามความ ต้องการและกำลังทรัพย์
     -   การใช้สีสดใสมาตัด เช่น สีชมพู เขียว หรือ เหลือง บนสีที่นิยมใช้กันอันได้แก่สีครีมอ่อน สีครีมเข้ม สีเบท และสีปนสีขาว นั้นให้ชีวิตชีวา ที่สนุกสนาน มากยิ่งขึ้น
     -   การนำวัสดุต่างๆ มากใช้ อย่างมากมาย เป็นวัสดุที่ผลิตออกมา ในขบวนการ อุตสาหกรรม สถาปนิก และ มัณฑนากร ได้นำสิ่ง ที่มีอยู่ อย่างหลายหลากนี้ มาออกแบบ ดัดแปลง ตกแต่ง ให้ได้สิ่งที่แปลกใหม่น่าตื่นตา อาทิ นำเอา ลามิเนท พลาสติกลายสีสดใส มาปูลง บนเฟอร์นิเจอร์ ลักษณะแปลกๆ นำเอาไม้มาทาสี ร้อนแรง และเคลือบเงา การฉาบปูนบนผนัง ให้เป็นเส้นๆ เพื่อเลียนแบบ เสาลายคิ้วบัว และลวดลายต่างๆ 
        ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เป็นการแสดง ถึงวิธีการ และแบบการตกแต่ง อันหลายหลาก ซึ่งนำมาใช้ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีวิธีใด เป็นสิ่งที่ดีที่สุด การตกแต่ง เพียงเล็กน้อย ก็อาจจะดีได้ เท่ากับการตกแต่ง ที่ต้องใช้จ่ายของ อย่างฟุ่มเฟือย หรืออาจจะนำวิธี การตกแต่ง หลายรูปแบบ มาผสานกันได้ ถ้าสามารถ ทำให้สอดคล้อง และในขอบเขตที่สมควร ตามความต้องการของเจ้าของ ที่สำคัญ งบประมาณที่ใช้ ด้วยนะค่ะ

Read more: http://www.novabizz.com/CDC/LivingRoom.htm#ixzz2JKJOtnUW

         วันนี้จึงนำเอาอีกตัวอย่างมาให้ชมกัน ซึ่งหลายคนอยากจะตกแต่งห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นในบ้านให้ออกมาสวยงามถูกใจ และในบางครั้งก็แอบนึกถึงสไตล์หรู ๆ กับเขาบ้างเหมือนกัน แต่ติดปัญหาความคับแคบของพื้นที่บริเวณห้องรับแขกที่มีจำกัด ถ้าไม่นับเรื่องงบประมาณล่ะก็ วันนี้กระปุกดอทคอมมีตัวอย่างการตกแต่งห้องรับแขกเล็ก ๆ ให้กลายเป็นวังขนาดย่อม ๆ มาฝากจ้า

            ห้องรับแขกห้องนี้แม้จะมีพื้นที่ไม่มากนัก แต่ก็เลือกตกแต่งให้ออกมาหรูหราและใช้งานได้เต็มพื้นที่ โดยสิ่งที่ทำให้ห้องรับแขกห้องนี้ดูแจ่มแจ๋วสุด ๆ ก็คือโทนสีทองที่ถูกหยิบนำมาใช้เป็นธีมหลัก ไม่ว่าจะเป็นผนัง โคมไฟ ผ้าม่าน กรอบรูป หรือแม้กระทั่งหมอนอิง ก็ยังมีดีเทลของสีทองอยู่ทั่วไปหมด

            เมื่อเลือกใช้สีทองเป็นเอกลักษณ์ของห้องแล้ว ก็เบรกความวิ้งวับเอาไว้ด้วยพื้นห้องสีดำ ที่แอบขลิบทองนิดหน่อยพอไม่ให้หลุดคอนเซ็ปต์ และเมื่อพื้นที่คับแคบทีวีจอแบนจึงต้องติดไว้บนผนัง แต่สร้างกรอบหรู ๆ มาดึงดูดสายตาก็เข้าท่าดีเหมือนกัน ถัดไปเป็นมุมทำงานเล็ก ๆ ที่สามารถใช้ห้องนี้เป็นโฮมออฟฟิศไปได้ในตัว โคมไฟตั้งโต๊ะและแชนเดอเลียร์สีทอง ส่องประกายแวววาวโทนอบอุ่นช่วยขับบรรยากาศห้องนี้ให้หรูหราราวกับคฤหาสน์หรือวังขนาดย่อม ๆ เลยทีเดียว ลองไปดูห้องรับแขกจิ๋วแต่แจ๋วห้องนี้กันเลยจ้า

 หรูหรา! ห้องรับแขกสีทอง จิ๋วแต่แจ๋ว

 หรูหรา! ห้องรับแขกสีทอง จิ๋วแต่แจ๋ว

 หรูหรา! ห้องรับแขกสีทอง จิ๋วแต่แจ๋ว

 หรูหรา! ห้องรับแขกสีทอง จิ๋วแต่แจ๋ว

 หรูหรา! ห้องรับแขกสีทอง จิ๋วแต่แจ๋ว


ขอบคุณที่มา  http://home.kapook.com/view54253.html
                  http://www.novabizz.com/CDC/LivingRoom.htm

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555

เทรนด์แรงแห่งยุคสมัยกับสุดยอด “บูติก โฮเต็ล”แห่งปี 54

                         
                        
                           โรงแรม ภารีสา (ภูเก็ต)

     
        ที่พักประเภทนี้ได้ก่อกระแสและส่งอิทธิพลต่อวงการท่องเที่ยวในบ้านเรามาหลายปีแล้ว แต่กระนั้นกระแสความนิยมของที่พักประเภทนี้ก็ยังคงแรงดีไม่มีตก แถมยังมีแนวโน้มที่จะแรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวยุคใหม่
     
       บูติก โฮเต็ล เป็นที่พักขนาดกลางและเล็ก มีการตกแต่งอันเป็นเอกลักษณ์ มีจุดเด่นเป็นของตัวเอง ไม่จำเจเหมือนโรงแรมธรรมดา ดึงดูดลูกค้าที่ต้องการความแปลกใหม่หรือลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่มีรสนิยมเดียวกันให้เดินทางมาพักในบูติก โฮเต็ลนั้นๆ
     
       อย่างไรก็ตามเทรนด์ของบูติก โฮเต็ลก็ได้มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย โดยเทรนด์ของบูติก โฮเต็ลในยุคนี้ จะมุ่งเน้นไปที่การมี่บริการพิเศษ เน้นความเป็นส่วนตัวมีทั้งที่เรียบง่าย พิถีพิถัน หรูหรา หวือหวา แปลกใหม่ และมีจุดขายที่ชัดเจน นอกจากนี้บูติก โฮเต็ล หลายแห่งยังเน้นการเชื่อมโยงกับวิถีวัฒนธรรมชุมชนในท้องถิ่น และการใส่ใจในสิ่งแวดล้อม
     
       และด้วยกระแสความแรงอย่างต่อเนื่องของบูติก โฮเต็ล ทำให้ทาง เคทีซีได้จับมือกับพันธมิตร จัดทำโครงการ "Thailand Boutique Awards 2011" ขึ้น เป็นโครงการประกวดโรงแรมบูติกขนาดกลางและเล็กครั้งที่ 2 ที่มีจำนวนตั้งแต่ 3-79 ห้อง จากบูติก โฮเต็ล ทั่วประเทศ ที่เข้าประกวด 355 รายการ แบ่งออกเป็นรางวัลประเภทต่างๆ ตามลักษณะภูมิภาคเป็นเขตเมือง คือ ภูเขา แม่น้ำ ทะเล และแบ่งโรงแรมออกเป็น 3 กลุ่ม คือ เบสิก(Basic) ดีลักซ์(Deluxe) และ ลักซ์ชัวรี่(Luxury) โดยพิจารณาจากลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น อนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และแนวความคิดและวัฒนธรรม



                  
                 ไอ ยู เดีย (อยุธยา)
          

                 สำหรับรายชื่อบูติก โฮเต็ลที่ได้รับรางวัลในปี พ.ศ. 2554 จากโครงการ "Thailand Boutique Awards 2011" มีดังนี้
       
       รางวัลกลุ่มโรงแรมเบสิก(Basic Accommodation)
       
       1) ประเภทสถาปัตยกรรมและการออกแบบ 
       
       เขตเมือง 
       -Silver Award ได้แก่ หลับดี บางกอก-สีลม (กรุงเทพฯ) โฟคอล โลคอล เบด แอนด์ เบรกฟาสต์ (กรุงเทพฯ) และ เลอ บลอค (สระแก้ว)
       - Gold Award ได้แก่ บ้านพระนนท์ (กรุงเทพ) และ เดอะภูธร (กรุงเทพ)
       
       เขตแม่น้ำ 
       - Gold Award ได้แก่ ไอ ยู เดีย (อยุธยา)
       
       2) ประเภทอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 
       
       เขตภูเขา 
       -Silver Award ได้แก่ ลีซู ลอดจ์ (เชียงใหม่) และ ลานเจีย ลอดจ์(เชียงราย)
       
       3) ประเภทแนวความคิดและวัฒนธรรม 
       
       เขตเมือง
       - Silver Award ได้แก่ พิมาน เพลินวาน (ประจวบคีรีขันธ์)
       -Gold Award ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ แมนชั่น (กรุงเทพฯ) และเดอะภูธร (กรุงเทพฯ)
       
       เขตภูเขา
       - Gold Award ได้แก่ ลีซู ลอดจ์ (เชียงใหม่) และ ลานเจีย ลอดจ์ (เชียงราย)
       
       เขตแม่น้ำ
       -Silver Award ได้แก่ อาลัมภางค์ (ลำปาง)
       -Gold Award ได้แก่ ไอ ยู เดีย (อยุธยา)
                    
                    * ไร่แสงอรุณ (เชียงราย)
      รางวัลกลุ่มโรงแรมดีลักซ์ (Deluxe Accommodation)
       
       1)ประเภทสถาปัตยกรรมและการออกแบบ 
       
       เขตเมือง 
       -Silver Award ได้แก่ อินภาวา (ขอนแก่น) บ้านธาราบุรี(สุโขทัย) และ ลรรค เอ็กซ์ แอล (กรุงเทพฯ)
       
       เขตทะเล 
       -Silver Award ได้แก่ เดอะทับแขก กระบี่ บูติก รัสอร์ท (กระบี่) และ เดอะเดวา เกาะช้าง(ตราด)
       
       2) ประเภทอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 
       
       เขตเมือง 
       -Silver Award ได้แก่ ยางคำ วิลเลจ (เชียงใหม่)
       
       เขตภูเขา
       -Silver Award ได้แก่ หินตก ริเวอร์ แคมป์ ช่องเขาขาด (กาญจนบุรี) และเดอะสปา เกาะช้าง รีสอร์ท (ตราด)
       -Gold Award ได้แก่ ไร่แสงอรุณ (เชียงราย)
       
       เขตแม่น้ำ 
       -Gold Award ได้แก่ อาน่า รีสอร์ท แอนด์ สปา (ตราด)
       
       เขตทะเล 
       -Silver Award ได้แก่ อ่าวพร้าว รีสอร์ท (เสม็ด ระยอง)
       -Gold Award ได้แก่ เดอะทับแขก กระบี่ บูติก รีสอร์ท (กระบี่)

                       
                       วิลล่า มาร็อก รีสอร์ท (ประจวบคีรีขันธ์)




  3) ประเภทแนวความคิดและวัฒนธรรม 
     
       เขตเมือง
       -Silver Award ได้แก่ แทมมาริน วิลเลจ (เชียงใหม่) และ บ้านธาราบุรี (สุโขทัย)
     
       เขตภูเขา
       -Gold Award ได้แก่ ไร่แสงอรุณ (เชียงราย) และหินตก ริเวอร์ แคมป์ ณ ช่องเขาขาด (กาญจนบุรี)
     
       เขตแม่น้ำ
       -Silver Award ได้แก่ ริเวอร์แคว จังเกิ้ล ราฟท์ (กาญจนบุรี)
     
       รางวัลกลุ่มโรงแรมลักซ์ชัวรี่ (Luxury Accommodation)
     
       1)สถาปัตยกรรมและการออกแบบ
     
       เขตเมือง
       -Silver Award ได้แก่ ปิงนครา บูติก โฮเต้ล แอนด์ สปา(เชียงใหม่)
     
       เขตภูเขา
       -Silver Award ได้แก่ วิลล่า โซลิธูด รีสอร์ท แอนด์ สปา(ภูเก็ต) และมุตติมายา ฟอเรสท์ พูลวิลล่า(นครราชสีมา)
       -Gold Award ได้แก่ วีรันดา เชียงใหม่ เดอะไฮ รีสอร์ท และศาลาเขาใหญ่ (นครราชสีมา)
     
       เขตแม่น้ำ
       -Gold Award ได้แก่ พระยา พาลาซโซ(กรุงเทพฯ)
     
       เขตทะเล
       -Silver Award ได้แก่ วี วิลล่า หัวหิน(ประจวบคีรีขันธ์) และเดอะไลบราลี่ (สมุย)
       -Gold Award ได้แก่ ภารีสา รีสอร์ท(ภูเก็ต) ศรีพันวา(ภูเก็ต) และ เดอะ เซ้นท์(สมุย สุราษฎร์ธานี)
     
       2)ประเภทอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
     
       เขตเมือง
       -Silver Award ได้แก่ ศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา(เชียงใหม่)
       -Gold Award ได้แก่ สุพรรณิการ์ โฮม(ขอนแก่น) และ ภัทธารา รีสอร์ท แอนด์ สปา(สุโขทัย)
     
       เขตภูเขา
       -Silver Award ได้แก่ วีรันดา เชียงใหม่ เดอะไฮ รีสอร์ท
     
       เขตแม่น้ำ
       -Silver Award ได้แก่ ณดล วิลล่า (สระบุรี)
     
       เขตทะเล
       -Silver Award ได้แก่ คามาลายา(สมุย) และเลอ วิมาน ค็อตเทจ แอนด์ ปสา (เสม็ด ระยอง)
       -Gold Award ได้แก่ ปารดี(เสม็ด ระยอง) และซีโวล่า รีสอร์ท(กระบี่)
     
       3)ประเภทแนวความคิดและวัฒนธรรม
     
       เขตเมือง
       -Gold Award ได้แก่ ปิงนครา บูติกโฮเต็ล แอนด์ สปา(เชียงใหม่)
     
       เขตแม่น้ำ
       -Gold Award ได้แก่ จักรพงษ์ วิลล่า(กรุงเทพฯ) และพระยา พาลาซโซ(กรุงเทพฯ)
     
       เขตทะเล
       -Silver Award ได้แก่ เดอะบาราย วิลล่า(ภูเก็ต) และเดอะกะลา(สมุย สุราษฎร์ธานี)
       -Gold Award ได้แก่ วิลล่า มาร็อก รีสอร์ท(ประจวบคีรีขันธ์) และคามารายา(สมุย สุราษฎร์ธานี)
     
       นอกจากนี้ในปีนี้ได้มีรางวัลพิเศษ “Outstanding Award” สำหรับโรมแรมที่มีความโดดเด่นทั้ง 3 ประเภท คือ 1.ประเภทสถาปัตยกรรมและการออกแบบ ได้แก่ โรงแรมภารีสา(ภูเก็ต) 2.ประเภทอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ไร่แสงอรุณ (เชียงราย) 3.ประเภทแนวคิดและวัฒนธรรม ได้แก่ ลานเจีย ลอดจ์(เชียงราย)
     
       อีกทั้งยังมีรางวัลพิเศษ “โรงแรมบูติกขวัญใจชาวออนไลน์” ที่ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากคลิปวีดิโอโดนใจ คือ โรงแรมวิลล่า มาร็อก รีสอร์ท (ประจวบคีรีขันธ์)


วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555

แฟชั่นการแต่งหน้าของผู้หญิงผิวคล้ำ

   
     การแต่งหน้าเป็นการเสริมให้เราสวยหล่อขึ้น แต่ก็ต้องรู้จักแต่งรู้จักวิธีเลือกให้เข้ากับตัวเราเองนะค่ะ  และแหล่งข้อมูลที่เราจะหาได้ง่ายๆ ไม่ยาก ก็คือพี่กู ตอบได้ทุกเรื่อง 55 
        วันนี้ก็เลยเสนอเรื่องการแต่งหน้าของสาวผิวคล้ำ มาฝาก เพราะคนผิดคล้ำจะแต่งยากกว่าคนผิวขาว 
เมื่อหาเจอแล้วก็เลยเอามาลงซะเลยค่ะ           
                             

    แฟชั่นการแต่งหน้าของผู้หญิงผิวคล้ำ

เรื่องของแฟชั่นวันนี้จะขอเสนอเรื่องแฟชั่นการแต่งหน้าของผู้หญิงผิวคล้ำสำหรับผู้หญิงคนไหนที่มีผิวคล้ำ ก็ไม่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจไปหรอกนะคะที่คุณเกิดมาไม่ขาวสวยเหมือนกับคนอื่นๆ เขา แล้วสำหรับวันนี้ผู้เขียนก็ขอเอาใจคุณผู้หญิงที่มีผิวสีน้ำผึ้ง หรือผิวสองสี ไปจนถึงสาวผิวคล้ำ ด้วยการที่ได้นำเคล็ดลับเกี่ยวกับการแต่งหน้าสำหรับผู้หญิงผิวคล้ำให้ดูสวยเด่นได้เหมือนกันโดยไม่ต้องน้อยใจในสีผิวอีกต่อไป ดังต่อไปนี้เลยค่ะ
ประการที่ 1.สไตล์การแต่งหน้าของผู้หญิงที่มีผิวคล้ำ
โดยจะต้องเน้นไปทางเฉดสีที่ชวนให้คุณเป็นสาวเจ้าเสน่ห์ อย่างเช่นสีนู้ด ก็ควรจะเลือกสีรองพื้น และเลือกแป้งให้ใกล้เคียงกับสีผิวหน้ามากที่สุด หรือถ้าหากว่าอยากให้หน้าดูสว่างขึ้น ก็ให้เลือกเฉดสีที่สว่างกว่าผิวหน้าแค่ 1 เฉดเพียงเท่านั้นจะทำให้สวยกำลังดี เพราะถ้าหากว่าขาวเกินไป ก็จะทำให้หน้าจะดูขาววอก ๆ ขาวหลอก ๆ ขาวลอย ๆ ดังนั้นก็ควรทำตามคำแนะนำจะดีกว่านะคะ
ประการที่ 2. สีของเปลือกตา 
ควรจะเลือกสีเบจประกายทองหรือสีทองอ่อน ๆ แล้วก็ให้ตามมาด้วยสีพีชหรือสีส้มแบบกลาง ๆ จากนั้นให้ใช้สีน้ำตาลเข้มหรือเทาเข้มเป็นเฉดดิ้งก็สวยดีไปอีกแบบ แล้วในส่วนของสีต้องห้ามที่ไม่ควรใช้อย่างเด็ดขาดเลย นั่นก็คือ สีเขียว เพราะจะเป็นการทำให้คุณดูเป็นคนตาช้ำ แล้วก็ยังดูไม่สดใส ที่สำคัญก็คืออย่าลืมเขียนอายไลน์เนอร์ จากนั้นก็ให้ดัดขนตา และปัดมาสคาร่าตามมาจะดูสวยมาก
ประการที่ 3.การเลือกใช้บลัชออน 
ก็ควรจะเลือกใช้สีโทนน้ำตาล หรือโทนส้มที่มีชิมเมอร์ทอง ๆ เพื่อที่จะช่วยให้หน้าดูสว่างและเซ็กซี่ขึ้น หรืออาจจะเป็นน้ำตาลอมแดง หรือสีแดงระเรื่อ ๆ ก็ดูดีและสวยเหมือนกันค่ะ
ประการที่ 4.สีปาก 
สิ่งที่ไม่ควรเลือกก็คือการใช้ลิปสติกที่สีเข้มจัด หรือสีที่แรงมากเพราะจะทำให้ปากดูลอย แล้วก็ควรจะหลีกเลี่ยงสีที่ผสมแป้งขาว ๆ เพราะจะทำให้ปากดูบวม ก็เพียงแค่เลือกใช้ลิปกลอสที่มีสี เท่านี้ก็ทำให้คุณสวยได้อย่างง่ายๆแล้วค่ะ
ขอขอบคุณบทความดีดีจาก  webboard.yenta4.com

   ที่มา http://www.sexycoca.com/2012/05/

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development)

  การพัฒนาอย่างยังยื่น เป็นหลักการหนึ่งที่นักออกแบบจำเป็นจะต้องศึกษา เพราะเป็นหลักการที่ต้องคำนึงถึงในการออกแบบ ที่จะไม่ส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อม  เมื่อมีการออกแบบพัฒนาผลงานออกมา
วันนี้จึงนำแนวคิดนี้มาฝากค่ะ
 
     แนวคิดเมืองยั่งยืน (Sustainable City)
            เมืองไม่ว่าจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาล้วนมีปัญหา
เมือง เป็นตัวอย่างการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืนและต้นตอของความเสื่อมโทรมทางสิ่งแวดล้อมในหลายด้าน ได้แก่ การทำให้โลกร้อน การทำลายป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ การทำให้แหล่งน้ำร่อยหรอและปนเปื้อน  ดินเสื่อมคุณภาพ สัตว์น้ำถูกจับมากเกินไป  การสร้างเมืองที่ยั่งยืนกลายเป็นความจำเป็นที่เร่งด่วน!
      
     ความเชื่อมโยงของเหตุปัจจัยของการพัฒนาที่ยั่งยืน 
         -  ความต้องการบริโภคสินค้าและบริการที่ไม่สมเหตุสมผล ฟุ่มเฟือย 
ทำให้คุณภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม ขาดสมดุล แม้จะส่งผลให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจก็ตาม

          - การที่ชุมชนไม่เข้มแข็งทำให้เกิดผลเสียทางเศรษฐกิจ เกิดความขัดแย้งทางสังคม และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถูกทำลายอย่างรุนแรง

           - การเคลื่อนย้ายทุนจากต่างประเทศ ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว
    

 กรอบแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน

         นโยบายการเร่งรัดพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐในอดีต 

             -การที่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็วและรุนแรงนี้เอง การแก้ไขกฎหมายและทบทวนนโยบายของรัฐที่เกี่ยวข้องด้วย

            - เกิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ได้มาตรฐานสากล

            - ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกลับสู่สมดุลเดิม 
อย่างยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป

สำหรับในประเทศไทย   สืบเนื่องจาก
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 ที่มุ่งเน้นการพัฒนาโดยยึดหลักสำคัญที่ “คนเป็นศูนย์กลาง”  อันหมายถึงการพัฒนาคนและสิ่งแวดล้อมรอบตัวคนเป็นสำคัญ  
แผนพัฒนาฯฉบับที่ 9 ซึ่งสานต่อภารกิจโดยเชื่อมโยงการพัฒนาในลักษณะขององค์รวม Holistic scale โดยเน้นการสร้างแนวคิดในลักษณะบูรณาการให้ครบทุกมิติ  เพื่อให้เกิดผลอย่างแท้จริงตามแนวคิดของสมัชชาโลก World summit for the World Environment “Agenda 21”  ซึ่งปัจจุบันได้มีกระแสต่างๆ เกี่ยวกับแนวคิดของ Sustainable Development & Sustainability  ในเรื่องต่างๆหลายเรื่อง 




      ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ที่มุ่งสู่ความพอเพียงทางเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติ ปัญญา และระบบการศึกษาที่สร้างปัญญาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสังคมที่พออยู่พอกินและมีไมตรีจิตต่อกัน

และทฤษฎีพระมหาชนก ที่มุ่งสู่การพึ่งตนเอง ความเพียรอันบริสุทธิ์ การอนุรักษ์และเพิ่มพูนทรัพยากรธรรมชาติ


เศรษฐกิจที่พอเพียง
-  การสร้างศักยภาพในการแข่งขัน
-  การสร้างเศรษฐกิจฐานราก
-  การอนุรักษ์และเพิ่มทรัพยากร


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้เล็งเห็นถึงสิ่งเหล่านี้  จึงได้สร้างทฤษฎีใหม่ขึ้นมา  คือ

                                                   “เศรษฐกิจพอเพียง”  


โดยทรงเน้นย้ำแนวทางแก้ไขเพื่อให้ประเทศรอดพ้นและยื่นหยัดภายใต้กระแสโลกา วิวัฒน์  และการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ  ได้อย่างมั่นคง เพื่อเป็นหนทางสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน


เศรษฐกิจพอเพียง

            ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย  3  คุณลักษณะ

                  -   ความพอประมาณ   หมายถึง   ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป     โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น  เช่น  การผลิตและการบริโภคอยู่ในระดับพอประมาณ
                  -   ความมีเหตุผล   หมายถึง   การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น  จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึง ถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ
                  -   การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว   หมายถึง   การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบ  และการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล

การดำเนินกิจการต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น  ต้องมีความรู้ และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน 
                  -  ความรู้  ประกอบด้วย  ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน  ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน  เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ
                 -  คุณธรรม  ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียง ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต 





                                                     คืนชิวิตสู่ธรรมชาติ

     การนำปรัชญาของเศรษฐกิจเพียงพอมาปฏิบัติ คือ  การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน  พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน
        - การพัฒนาให้สามารถพึ่งตนเองในระดับต่าง ๆ อย่างเป็นขั้นตอน
        - ลดความเสี่ยงเกี่ยวกับธรรมชาติ
        - สร้างภูมิคุ้มกันที่ดี มีความรู้  ความเพียร และความอดทน สติ และปัญญา การช่วยเหลือเกื้อกูล และความสามัคคี
        - การพิจารณาวางแผนและขั้นตอนการปฏิบัติอย่างรอบคอบ




    หลักสำคัญของความพอดีมี  5  ประการ   คือ
    ความพอดีด้านจิตใจ   :   ต้องเข้มแข็ง สามารถพึ่งตนเองได้ มีจิตสำนึกที่ดี เอื้ออาทร  ประณีประนอม  นึกถึงผลประโยชน์ส่วนรวม

     ความพอดีด้านสังคม   :   ต้องมีความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน  สร้างความเข็มแข็งให้แก่ชุมชน รู้จักผนึกกำลัง และที่สำคัญมีกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดจากฐานรากที่มั่นคง และแข็งแรง

     ความพอดีด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   :   รู้จักใช้และจัดการอย่างฉลาดและรอบคอบ  เพื่อให้เกิดความยั่งยืนสูงสุด  และที่สำคัญใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศ  เพื่อพัฒนาประเทศให้มั่นคงอยู่เป็นขั้นเป็นตอนไป







ความพอดีด้านเทคโนโลยี   :   รู้จักใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับความต้องการ และควรพัฒนาเทคโนโลยีจากภูมิปัญญาชาวบ้านของเราเองและสอดคล้องเป็นประโยชน์ ต่อสภาพแวดล้อมของเราเอง

ความพอดีด้านเศรษฐกิจ   :    เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ดำรงชีวิตอย่างพอควร พออยู่ พอกิน สมควรตามอัตตภาพ และฐานะของตน









ที่มา เอกสารประกอบการสอน วิชา อนุรักษ์พัฒนา
 อ.สันทนา ภิรมย์เกียรติ  อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
รศ.ดร.เอกรินทร์ อนุกูลยุทธธน ,เอกสารการสอน   การพัฒนาอย่างยั่งย
อนุช  อาภาภิรม ,การพัฒนาอย่างยั่งยืน คำตอบอยู่ในความหลากหลาย.2545
สำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ. แนวทางการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม. 2542
พิภพ  อุดมอิทธิพงศ์ .ทำเมืองให้น่าอยู่  วิสัยทัศน์  ยุทธศาสตร์และความหวังสำหรับ
เมืองที่ยั่งยืน. แปลจาก The gaia atlas of Cities : new direction  for sustainable urban living ของเฮอรเบิต  จิราเดย์ มูลนิธิโกมลคีมทอง,2539
บุญนาค  ตีวกุล.เมืองและสิ่งแวดล้อม. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร,2545  

ความรู้สึกเกี่ยวกับสีในเชิงจิตวิทยา

สีแดง        ให้ความรู้สึกร้อน  รุนแรง กระตุ้น ท้าทาย  เคลื่อนไหว  ตื่นเต้น เร้าใจ  มีพลัง ความอุดมสมบูรณ์ ความมั่งคั่ง  ความรัก ความสำคัญ  อันตราย

สีส้ม          ให้ความรู้สึก ร้อน  ความอบอุ่น ความสดใส  มีชีวิตชีวา  วัยรุ่น  ความคึกคะนอง การปลดปล่อย  ความเปรี้ยว  การระวัง

สีเหลือง    ให้ความรู้สึกแจ่มใส  ความสดใส  ความร่าเริง  ความเบิกบานสดชื่น ชีวิตใหม่  ความสด  ใหม่  ความสุกสว่าง  การแผ่กระจาย  อำนาจบารมี

สีเขียว        ให้ความรู้สึก สงบ  เงียบ  ร่มรื่น  ร่มเย็น  การพักผ่อน  การผ่อนคลาย ธรรมชาติ  ความปลอดภัย  ปกติ  ความสุข  ความสุขุม  เยือกเย็น

สีน้ำเงิน    ให้ความรู้สึกสงบ  สุขุม  สุภาพ  หนักแน่น  เคร่งขรึม  เอาการเอางาน ละเอียด  รอบคอบ  สง่างาม  มีศักดิ์ศรี  สูงศักดิ์  เป็นระเบียบถ่อมตน

สีม่วง         ให้ความรู้สึก มีเสน่ห์  น่าติดตาม  เร้นลับ  ซ่อนเร้น  มีอำนาจ  มีพลังแฝงอยู่ ความรัก  ความเศร้า  ความผิดหวัง  ความสงบ  ความสูงศักดิ์

สีฟ้า          ให้ความรู้สึก ปลอดโปร่งโล่ง  กว้าง  เบา  โปร่งใส สะอาด ปลอดภัย  ความสว่าง ลมหายใจ ความเป็นอิสระเสรีภาพ การช่วยเหลือ แบ่งปัน

สีขาว         ให้ความรู้สึก บริสุทธิ์  สะอาด สดใส เบาบาง อ่อนโยน  เปิดเผย การเกิด  ความรัก ความหวัง  ความจริง  ความเมตตา ความศรัทธา  ความดีงาม

สีดำ           ให้ความรู้สึก มืด สกปรก ลึกลับ  ความสิ้นหวัง  จุดจบ ความตาย ความชั่ว ความลับ ทารุณ โหดร้าย ความเศร้า หนักแน่น เข้มเข็ง อดทน มีพลัง

สีชมพู      ให้ความรู้สึก อบอุ่น  อ่อนโยน  นุ่มนวล  อ่อนหวาน  ความรัก  เอาใจใส่  วัยรุ่น หนุ่มสาว  ความน่ารัก ความสดใส

สีเทา        ให้ความรู้สึก เศร้า  อาลัย  ท้อแท้   ความลึกลับ  ความหดหู่  ความชรา  ความสงบ ความเงียบ  สุภาพ  สุขุม  ถ่อมตน

สีทอง       ให้ความรู้สึก ความหรูหรา  โอ่อ่า  มีราคา  สูงค่า  สิ่งสำคัญ  ความเจริญรุ่งเรือง ความสุข  ความมั่งคั่ง  ความร่ำรวย  การแผ่กระจาย 



 การใช้สีในเชิงสัญลักษณ์ 

สีแดง  
มีความอบอุ่น ร้อนแรง เปรียบดังดวงอาทิตย์ นอกจากนี้ยังแสดงถึง 
ความมีชีวิตชีวา ความรัก  ความปรารถนา เช่นดอกกุหลาบแดงวัน 
วาเลนไทน์  ในทางจราจรสีแดงเป็นเครื่องหมายประเภทห้าม แสดง 
ถึงสิ่งที่อันตราย  เป็นสีที่ต้องระวัง  เป็นสีของเลือด ในสมัยโรมัน 
สีของราชวงศ์เป็นสีแดง แสดงความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์และอำนาจ


สีเขียว  
แสดงถึงธรรมชาติสีเขียว ร่มเย็น มักใช้สื่อความหมายเกี่ยวกับการ 
อนุรักษ์ธรรมชาติ เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การเกษตร   การเพาะปลูก 
การเกิดใหม่ ฤดูใบไม้ผลิ การงอกงาม ในเครื่องหมายจราจร หมาย 
ถึงความปลอดภัย  ในขณะเดียวกัน อาจหมายถึงอันตราย ยาพิษ 
 เนื่องจากยาพิษ  และสัตว์มีพิษ ก็มักจะมีสีเขียวเช่นกัน





สีเหลือง  
แสดงถึงความสดใส  ความเบิกบาน โดยเรามักจะใช้ดอกไม้สีเหลือง 
ในการไปเยี่ยมผู้ป่วย และแสดงความรุ่งเรืองความมั่งคั่ง และฐานันดร 
ศักดิ์ ในทางตะวันออกเป็นสีของกษัตริย์  จักรพรรดิ์ของจีนใช้ฉลอง 
พระองค์สีเหลือง  ในทางศาสนาแสดงความเจิดจ้า ปัญญา พุทธศาสนา 
และยังหมายถึงการเจ็บป่วย  โรคระบาด ความริษยา ทรยศ  หลอกลวง









สีน้ำเงิน  
แสดงถึงความเป็นสุภาพบุรุษ  มีความสุขุม หนักแน่น   และยังหมายถึง 
ความสูงศักดิ์ ในธงชาติไทย สีน้ำเงินหมายถึงพระมหากษัตริย์ ในศาสนา 
คริตส์เป็นสีประจำตัวแม่พระ โดยทั่วไป สีน้ำเงินหมายถึงโลก  ซึ่งเราจะ 
เรียกว่า โลกสีน้ำเงิน (Blue Planet)   เนื่องจากเป็นดาวเคราะห์ที่มองเห็น 
จากอวกาศโดยเห็นเป็นสีน้ำเงินสดใส เนื่องจากมีพื้นน้ำที่กว้างใหญ่








สีม่วง 
แสดงถึงพลัง  ความมีอำนาจ ในสมัยอียิปต์สีม่วงแดงเป็นสีของกษัติรย์ 
ต่อเนื่องมาจนถึงสมัยโรมัน  นอกจากนี้  สีม่วงแดงยังเป็นสีชุดของพระ 
สังฆราช  สีม่วงเป็นสีที่มีพลังหรือการมีพลังแอบแฝงอยู่ และเป็นสีแห่ง 
ความผูกพัน องค์การลูกเสือโลกก็ใช้สีม่วง ส่วนสีม่วงอ่อนมักหมายถึง 
ความเศร้า ความผิดหวังจากความรัก









สีฟ้า 
แสดงถึงความสว่าง ความปลอดโปร่ง เปรียบเหมือนท้องฟ้า เป็นอิสระ 
เสรี เป็นสีขององค์การสหประชาชาติ เป็นสีของความสะอาด ปลอดภัย 
สีขององค์การอาหารและยา (อย.) แสดงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การ 
ใช้พลังงานอย่างสะอาด แสดงถึงอิสรภาพ ที่สามารถโบยบินเป็นสีแห่ง 
ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการที่ไม่มีขอบเขต













สีทอง 
มักใช้แสดงถึง   คุณค่า  ราคา  สิ่งของหายาก  ความสำคัญ  ความสูงส่ง 
สูงศักดิ์   ความศรัทธาสูงสุด  ในศาสนาพุทธ หรือ    เป็นสีกายของพระ 
พุทธรูป  ในงานจิตรกรรมเป็นสีกายของพระพุทธเจ้า พระมหากษัติรย์ 
หรือเป็นส่วนประกอบของเครื่องทรง  เจดีย์ต่าง ๆ มักเป็นสีทอง  หรือ 
ขาว และเป็นเครื่องประกอบยศศักดิ์ ของกษัตริย์และขุนนาง














สีขาว 
แสดงถึงความสะอาด  บริสุทธิ์ เหมือเด็กแรกเกิด  แสดงถึงความว่างเปล่า 
ปราศจากกิเลส ตัณหา เป็นสีอาภรณ์ของผู้ทรงศีล ความเชื่อถือ ความดีงาม 
ความศรัทธา และหมายถึงการเกิดโดยที่แสงสีขาว เป็นที่กำเนิดของแสงสี 
ต่าง ๆ เป็นความรักและความหวัง ความห่วงใยเอื้ออาทรและเสียสละของ 
พ่อแม่ ความอ่อนโยน  จริงใจ บางกรณีอาจหมายถึง ความอ่อนแอ ยอมแพ้












สีดำ 
แสดงถึงความมืด ความลึกลับ สิ้นหวัง ความตายเป็นที่สิ้นสุดของทุกสิ่ง 
โดยที่สีทุกสี เมื่ออยู่ในความมืด  จะเห็นเป็นสีดำ  นอกจากนี้ยังหมายถึง 
ความชั่วร้าย ในคริสต์ศาสนาหมายถึง ซาตาน อาถรรพ์เวทมนต์ มนต์ดำ 
ไสยศาสตร์ ความชิงชัง ความโหดร้าย  ทำลายล้าง  ความลุ่มหลงเมามัว 
แต่ยังหมายถึงความอดทน กล้าหาญ เข้มแข็ง และเสียสละได้ด้วย














สีชมพู 
แสดงถึงความอบอุ่น อ่อนโยน ความอ่อนหวาน นุ่มนวล 
 ความน่ารัก แสดงถึงความรักของมนุษย์โดยเฉพาะรุ่นหนุ่มสาว  เป็นสีของความ เอื้ออาทร  ปลอบประโลม  เอาใจใส่ดูแล  ความปรารถนาดี  และอาจ หมายถึงความเป็นมิตร  เป็นสีของวัยรุ่น   โดยเฉพาะผู้หญิง และนิยม ใช้กับสิ่งของเครื่องใช้ของเด็กวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่