วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

JASPAL กับคอลเลกชั่น “ฟอลล์/วินเทอร์ 2012-2013” สวยมีพลัง



                      
                   ไม่เสียชื่อที่เป็นแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยระดับอินเตอร์ ที่อยู่คู่คนไทยมาถึง 4 ทศวรรษ สำหรับ “ยัสปาล” ( JASPAL ) เพราะตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ได้สร้างสรรค์โปรเจกต์พิเศษให้เหล่าบรรดาแฟชั่นนิสต้าได้ร่วมฉลอง 40 ปี ( JASPAL 4 DECEDES) มานับไม่ถ้วน ซึ่งล้วนแต่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ได้รับการตอบรับจากผู้หลงใหลแฟชั่นอย่างถล่มทลาย


JASPAL กับคอลเลกชั่น “ฟอลล์/วินเทอร์ 2012-2013” สวยมีพลัง – หล่อเนี้ยบทันสมัยJASPAL กับคอลเลกชั่น “ฟอลล์/วินเทอร์ 2012-2013” สวยมีพลัง – หล่อเนี้ยบทันสมัย
                               

เทรนด์หลักสำหรับสาวๆ ในฤดูกาลนี้ ได้แรงบันดาลใจมากจากเสื้อผ้าแนว Military ที่มีรูปทรงชัดเจนไม่พลิ้วไหว แตกต่างจากความหวานแบบสาวน้อยในฤดูกาลที่ผ่านมา บวกกับการก้าวเข้าสู่ฤดูหนาว วัสดุที่ใช้จึงหนา และคงรูปขึ้น  ซึ่ง “ยัสปาล” (JASPAL) ได้รวบรวมออกมาเป็น 6 เทรนด์หลักประจำคอลเลกชั่น เพื่อให้สาวๆ แต่ละคนได้เลือกมิกซ์ แอนด์ แมตช์ให้เข้ากับสไตล์ของตัวเองมากที่สุด

- เฟมมินิน เฮอร์ริเทจ (Feminine Heritage) การกลับมาอีกครั้งของเทรนด์ที่เน้นถึงความมีพลังของผู้หญิง ด้วยเบลเซอร์ไหล่ตั้ง และกระโปรงทรงดินสอเข้าชุดกัน

-โกธิค เลเจ้นท์ (Gothic Legend) เทรนด์ที่มาแรงที่สุดในฤดูกาลนี้ เน้นรายละเอียดการตกแต่งอันตระการตาในสมัยโกธิค ที่ถูกประยุกต์มาเป็นงานปักประดับบนเสื้อผ้า ทั้งสูท กระโปรง รวมถึงแอคเซสซอรี่ทั้งหลาย
 - อาร์มี่ เรซเซอร์เรคชั่น (ArmyResurrection) สำหรับสาวๆ ที่ปลื้มความเท่ห์ ทะมัดทะแมงของแฟชั่นแนวทหาร หรือ Military รับรองว่าวินเทอร์นี้ คุณจะเฉิดฉายได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง กับเทรนด์อาร์มี่ เรซเซอร์เรคชั่น (ArmyResurrection) ที่จะช่วยเสริมให้สาวๆ ดูมีพลังอำนาจมากขึ้น ด้วยเสื้อผ้าเน้นช่วงไหล่ และเอวให้โดดเด่นขึ้นมา

- เดอะ เกรท 60’s (The Great 60’s) สำหรับสาวๆ ที่ติดใจความสวยหรู แฝงด้วยความเซ็กซี่เล็กๆ ตามสไตล์ของยุค 60’s “ยัสปาล” (JASPAL) ขอเสนอเทรนด์ เดอะ เกรท 60’s (The Great 60’s) กับรูปทรงที่เน้นความงามแบบคลาสสิค แต่ปรับสไตล์ให้ดูโมเดิร์นเข้ากับยุคปัจจุบันมากขึ้น

- เดอะ โมเดิร์น เซ็นจูรี่ (The Modern Century) ลวดลายพิมพ์ ก็ยังคงเป็นแฟชั่นที่มาแรงในทุกซีซั่น แต่สำหรับหนาวนี้  ขอแนะนำให้เพิ่มเสน่ห์ให้สาวๆ ด้วยรูปแบบของลายพิมพ์อันอ่อนหวาน พร้อมเพิ่มความทันสมัย และความน่าสนใจด้วยลวดลายกราฟฟิคยุคใหม่
 - วินเทจ กาลอร์ส (Vintage Galore) ลายพิมพ์คลาสสิคอย่าง ลายเพสลีย์ (ลายลูกน้ำ) ลายฮาวด์สทูธ (ลายฟันเสือสลับ) และลายพิมพ์เราขาคณิต ก็กลับมาอีกครั้ง ในรูปแบบที่ท้าทายขึ้น และที่ต้องยกให้จริงๆ คือลายพิมพ์เรขาคณิตที่เด่นชัด ซึ่งถูกนำไปวางอยู่บนรูปทรงต่างๆ ได้อย่างเหมาะเจาะ

                                JASPAL กับคอลเลกชั่น “ฟอลล์/วินเทอร์ 2012-2013” สวยมีพลัง – หล่อเนี้ยบทันสมัย
                             
                               JASPAL กับคอลเลกชั่น “ฟอลล์/วินเทอร์ 2012-2013” สวยมีพลัง – หล่อเนี้ยบทันสมัย
                             
                               JASPAL กับคอลเลกชั่น “ฟอลล์/วินเทอร์ 2012-2013” สวยมีพลัง – หล่อเนี้ยบทันสมัย
                             
                               JASPAL กับคอลเลกชั่น “ฟอลล์/วินเทอร์ 2012-2013” สวยมีพลัง – หล่อเนี้ยบทันสมัย

                               JASPAL กับคอลเลกชั่น “ฟอลล์/วินเทอร์ 2012-2013” สวยมีพลัง – หล่อเนี้ยบทันสมัย
         
                               JASPAL กับคอลเลกชั่น “ฟอลล์/วินเทอร์ 2012-2013” สวยมีพลัง – หล่อเนี้ยบทันสมัย

                               JASPAL กับคอลเลกชั่น “ฟอลล์/วินเทอร์ 2012-2013” สวยมีพลัง – หล่อเนี้ยบทันสมัย
                              JASPAL กับคอลเลกชั่น “ฟอลล์/วินเทอร์ 2012-2013” สวยมีพลัง – หล่อเนี้ยบทันสมัย
    credit : mthai.com
     ที่มา   http://www.globalfashionreport.com/a385144-jaspal-%E0%B8%81-%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%8A-%E0%B8%99-%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%A5-%E0%B8%A7-%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%A3-2012-2013-%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%A1-%E0%B8%9E%E0%B8%A5-%E0%B8%87 

5 เทรนด์เทคโนโลยีน่าจับตาในปี 2012 (E-Commerce)



5 เทรนด์เทคโนโลยีน่าจับตาในปี 2012
          ตลอดปี 2011 ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นในแวดวงเทคโนโลยีมากมาย ตั้งแต่การเกิดใหม่ของ Windows Phone การเติบโตขึ้นของร้านแอพพลิเคชั่นออนไลน์ การบูมของแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน ขาลงของ Flash ที่มาพร้อมกับการที่ HTML5 ถูกยอมรับมากขึ้น ตลอดจนเครือข่ายสังคมซึ่งตอนนี้กลายเป็นบ้านหลังที่สองของใครหลายๆ คน

          โดยทั่วไป ทิศทางของเทคโนโลยีในกลุ่มผู้บริโภค (Consumer Technology) ในปี 2012 คงยังไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก และจะยังคงสืบเนื่องมาจากปีที่แล้ว หากแต่จะทวีความเข้มข้นมากกว่าเดิม เชื่อมต่อเข้าถึงกันผ่านเครือข่ายสังคมหรือบริการกลุ่มเมฆมากขึ้น รวมทั้งเส้นแบ่งระหว่างอุปกรณ์พกพาที่จะเจือจางลงอันเนื่องมาจากโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบปฏิบัติการ และบริการเสริมที่จะเชื่อมข้อมูลของผู้ใช้ให้สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ต

                            5 เทรนด์เทคโนโลยีน่าจับตาในปี 2012
 แท็บเล็ต และอัลตร้าบุ๊ก สองอุปกรณ์พกพามาแรงท่ามกลางความเสื่อมถอยของเน็ตบุ๊ก

          ย้อนกลับไปเมื่อราว 3-4 ปีที่แล้ว เน็ตบุ๊กนับเป็นผลิตภัณฑ์น้องใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของผู้บริโภคที่ต้องการอุปกรณ์ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และใช้งานเพียงเข้าสู่โลกออนไลน์ได้เป็นอย่างดี ทว่าตั้งแต่แท็บเล็ตได้ถือกำเนิดขึ้น ความต้องการเน็ตบุ๊กก็น้อยลงเนื่องจากอุปกรณ์น้องใหม่สามารถใช้งานเพื่อสนองความต้องการได้ดีพอกัน อีกทั้งยังมีข้อดีอื่นที่เหนือกว่าคือ การตอบสนองผ่านหน้าจอระบบสัมผัสที่สามารถทำงานได้รวดเร็ว ร้านค้าออนไลน์ที่สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเพื่อเสริมความสามารถ และการประหยัดพลังงานที่ทำได้ดีกว่า เพราะฮาร์ดแวร์ภายในได้ถูกออกแบบมาเพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะ

          ถ้าจะกล่าวว่า 2011 เป็นปีแห่งแท็บเล็ต 2012 ก็คงจะกล่าวได้ว่าเป็นปีแห่งอัลตร้าบุ๊ก อุปกรณ์น้องใหม่ภายใต้แนวคิดของบริษัท Intel ที่ต้องการหลอมรวมข้อดีด้านประสิทธิภาพที่มากกว่าของโน้ตบุ๊กเข้ากันกับการตอบสนองที่ทันใจกว่าของแท็บเล็ต และขายภายใต้ราคาที่ต่ำกว่า 1,000 เหรียญสหรัฐ

          ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา ได้มีอัลตร้าบุ๊กหลายรุ่นเริ่มวางจำหน่ายและสามารถทำยอดขายได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ ประกอบกับแรงหนุนจาก Intel เองจึงทำให้ผู้ผลิตหลายแบรนด์เริ่มเอาใจออกห่างจากเน็ตบุ๊ก เข่น Samsung และ Dell ที่มีแนวโน้มว่าจะเลิกผลิตอุปกรณ์ดังกล่าวแน่นอน อีกทั้งหลายรายก็อาจเลิกพัฒนาแท็บเล็ตด้วย เพราะประสบปัญหาไม่สามารถดึงคะแนนนิยมของผู้บริโภคออกจาก iPad ได้

          แล้วปีนี้เราจะได้เห็นอะไรจากแท็บเล็ตกับอัลตร้าบุ๊ก? แน่นอนว่าประสิทธิภาพที่เพิ่มมากขึ้น น้ำหนักที่เบาลง หน้าจอความละเอียดสูง และการประหยัดพลังงานยังคงเป็นกุญแจและจุดขายสำคัญของอุปกรณ์ทั้งสอง ด้านแท็บเล็ตเราคงได้เห็นสงครามระหว่าง iPad และกองทัพ Android กันต่อไป แต่รายหลังคงมีทิศทางที่เป็นเอกภาพมากขึ้น โดย Google ไม่น่าจะปล่อยให้ Android 4.0 ประสบปัญหา Fragmentation ที่ต้องทำให้ผู้บริโภครู้สึกเหมือนลุ้นหวยทุกครั้งว่าอุปกรณ์ที่ตนซื้อมาจะสามารถอัพเกรดไปใช้ระบบปฏิบัติการใหม่ได้หรือไม่

          ด้านอัลตร้าบุ๊กนั้นก็เช่นกัน ที่คาดได้ว่ารุ่นถัดมาจะต้องมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมด้วยโปรเซสเซอร์ใหม่ แต่ว่าเนื่องจากคอนเซ็ปต์อัลตร้าบุ๊กได้รับการกำหนดโดย Intel จึงอาจทำให้หลายรุ่นที่ออกมาจากแต่ละค่ายไม่มีจุดขายที่โดดเด่นต่างจากกันมากนัก ผลก็คือแทนที่อัลตร้าบุ๊กจะเป็น MacBook Air Killer ก็อาจกลายเป็นต้องมารบแย่งลูกค้ากันเองมากกว่า

                   5 เทรนด์เทคโนโลยีน่าจับตาในปี 2012
 อินเทอร์เฟซใหม่เอาใจแอพพลิเคชั่นโมบายล์

          ความเคลื่อนไหวหลายอย่างที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่าอินเทอร์เฟซดั้งเดิมอายุ 20 กว่าปีที่ประกอบไปด้วยหน้าต่าง ไอคอน เมนู และลูกศรเมาส์ จะเริ่มหลีกทางให้ระบบสัมผัส การใช้ท่าทางรวมทั้งการสั่งด้วยเสียงที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากกว่าเดิม แนวโน้มนี้ไม่เพียงแต่เกิดขึ้นกับแอพพลิเคชั่นโมบายล์เท่านั้น แต่กับเดสก์ท็อปดั้งเดิมก็ได้ถูกนำมาใช้งานด้วย Mac OS X Lion และ Windows 8 เป็นตัวอย่างที่ดี เพราะ Lion นับเป็นระบบปฏิบัติการตัวแรกจาก Apple ที่ถูกพัฒนาเพื่อให้ใช้งานกับท่าทางระบบสัมผัสที่หลากหลาย การเปิดแอพพลิเคชั่นแบบเต็มจอ และ Launchpad หน้าจอแสดงรายชื่อแอพพลิเคชั่นที่ได้รับอิทธิพลมาจาก iOS แบบเต็ม ๆ

          ด้าน Windows 8 ก็ได้รับการพัฒนาให้รองรับระบบสัมผัสมาตั้งแต่ต้นโดยการแบ่งอินเทอร์เฟซออกเป็นสองชั้น คือ Metro สำหรับใช้งานร่วมกับหน้าจอสัมผัสของแท็บเล็ต และ Classic หรือแบบดั้งเดิมที่ใช้งานร่วมกับเมาส์และคีย์บอร์ดที่เราคุ้นเคย หลายฝ่ายมองว่าจุดเด่นของ Windows 8 ข้อนี้เป็นเหมือนกับดาบสองคม นัยหนึ่งก็จะเอื้อต่อการพัฒนาอุปกรณ์ประเภทไฮบริจ ที่รวมกันระหว่างแท็บเล็ตกับโน้ตบุ๊กอย่าง ASUS Transformer Prime แต่อีกด้านหนึ่งก็มีความวิตกว่าจะสร้างความซับซ้อนและความสับสนในการใช้งานโปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่นที่อาจไม่สามารถทำงานได้อย่าง "ไร้รอยต่อ" ระหว่างอินเทอร์เฟซทั้งสอง

          แต่ว่าดาวเด่นในปีนี้ ก็เห็นจะเป็นเทคโนโลยีการใช้ท่าทางและการสั่งด้วยเสียงที่ชัดเจนว่าจะมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ความสำเร็จของ Kinect จากที่เป็นเพียงอุปกรณ์เล่นเกมนั้นได้ถูก Microsoft ให้คำมั่นแล้วว่าจะพอร์ตมาลงพีซีแน่นอนในปีนี้ โดยจะได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับการใช้งานในระยะใกล้มากขึ้น มีความแม่นยำกว่าเดิมถึงขั้นอาจตรวจจับริมฝีปากของเราได้ รวมทั้งจะสนับสนุนด้านการพัฒนาต่อยอดด้วยการปล่อย Software Development Kit (SDK) สำหรับนักพัฒนาที่สนใจ ส่งผลให้มีก็แต่จินตนาการของเราเท่านั้นที่เป็นข้อจำกัด

          สำหรับการสั่งด้วยเสียงนั้น Siri ลูกเล่นเด่นที่สุดของ iPhone 4S ทำให้ความฝันที่คอมพิวเตอร์จะสามารถตอบสนองผู้ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติใกล้เคียงความจริงเข้าไปทุกที ถึงแม้จะเป็นที่ยอมรับว่าเทคโนโลยีน้องใหม่นี้ยังมีอุปสรรคด้านภาษาและสำเนียงที่รองรับซึ่งต่างไปในแต่ละพื้นที่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้คู่แข่งอย่าง Google ละความพยายามในการพัฒนาออกมาเป็นคู่แข่ง Majel คือชื่อรหัสของการสั่งด้วยเสียงจากยักษ์ใหญ่ด้านเอ็นจิ้นค้นหาที่ได้สานต่อการพัฒนามาจาก Voice Actions เดิมที่รองรับคำสั่งเป็นราย ๆ ไป แต่ Majel จะมีความคล้ายคลึงกับ Siri มากกว่าตรงที่สามารถตีความบริบท (Context) ของเหตุการณ์ตอนนั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ คาดว่า Android เวอร์ขั่นใหม่คงมีเทคโนโลยีนี้เสริมมาด้วยแน่นอน

          นอกจากเดิมที่นักพัฒนาต้องทำความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มและอุปกรณ์ที่มีอยู่มากมายแล้ว อินเทอร์เฟซใหม่โดยเฉพาะสองอย่างหลังที่ไม่ต้องการสัมผัสร่างกายใด ๆ นั้น ทำให้การพัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับอุปกรณ์พกพาในยุคหน้ามีความท้าทายกว่าเดิม แต่ในขณะเดียวกันก็ได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีจินตนาการสูงสามารถนำอินเทอร์เฟซใหม่นี้มาประยุกต์พัฒนาแอพพลิเคชั่นให้มีลูกเล่นน่าสนใจมากขึ้น

          ข่าวดีอีกข้อหนึ่งก็คือ เทคโนโลยีเว็บฯ ยุคหน้าอย่าง HTML5 นั้นถูกพัฒนาเสริมเขี้ยวเล็บมากขึ้นกว่าเดิมจนเป็นที่ยอมรับ การยกเลิกพัฒนา Flash Player บนอุปกรณ์พกพาโดย Adobe นับเป็นสัญญาณที่ดีว่าอีกไม่นาน นักพัฒนาคงไม่ต้องปวดหัวเรียนรู้คุณลักษณะหลายประการที่มีอยู่ในแพลตฟอร์มเฉพาะ Gartner ได้ทำนายว่า ภายในปี 2015 แอพพลิเคชั่นกว่าครึ่งที่เคยเป็นเนทีฟแอพ ซึ่งสามารถรันได้บนอุปกรณ์เฉพาะอย่าง จะถูกเปลี่ยนมาเป็นเว็บแอพฯ ที่สามารถใช้งานได้ผ่านทางเว็บบราวเซอร์ทั่วไป

 ประสบการณ์ใช้งานที่เข้าใจเราได้มากขึ้น

          เครือข่ายสังคมที่เราใช้งานทุกวัน ไม่เพียงแต่มีข้อดีที่ทำให้เราเชื่อมถึงกันได้มากขึ้นเท่านั้น แต่ข้อมูลทุกๆ อย่างรวมทั้งคอนเทนต์ที่เรา "แบ่งปัน" หรือกด "ชอบ" ล้วนแต่สะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกเฉพาะของแต่ละคนได้ Facebook ได้ใช้ความจริงข้อนี้ในการแสดงโฆษณาข้าง ๆ หน้าจอเวลาใช้งาน Zite แอพพลิเคชั่นยำข่าวชื่อดังบน iOS สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการอ่านได้ว่าเราชอบบทความในลักษณะใด ซึ่งจะส่งผลต่อการเปิดใช้งานครั้งต่อไปให้คัดเลือกเฉพาะประเภทข่าวที่เราสนใจเท่านั้นมาแสดงผล หรือจะเป็นระบบแนะนำสินค้าใน Amazon ที่สามารถเสนอขายสินค้า ซึ่งมีลักษณะคล้ายกันหรือโปรโมชั่นที่น่าสนใจให้กับเราได้โดยอ้างอิงจากพฤติกรรมการเลือกดูสินค้าที่ผ่านมา

          กล่าวให้เข้าใจโดยง่ายคือ คอนเซ็ปต์ของ Context-Aware Computing นั้น จะนำข้อมูลที่เกี่ยวโยงกับผู้ใช้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นความชอบ พฤติกรรมต่าง ๆ รวมทั้งเครือข่ายเพื่อนฝูงมาพัฒนาปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้และบริการให้มีคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการคาดเดาความต้องการเพื่อที่จะป้อนคอนเทนต์หรือลักษณะการบริการที่เหมาะสมกับเรา

          จากตัวอย่างที่กล่าวไปจะเห็นได้ว่า ไม่เพียงแต่บริการออนไลน์ในอนาคตที่มีแนวโน้มที่จะเข้าใจความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคลได้มากกว่าเดิมเท่านั้น แต่ความเป็นไปได้ในการนำไปประยุกต์ใช้ยังมีหลากหลาย แนวคิดหนึ่งที่น่าสนใจคือ การเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ใช้เข้ากันกับบริการอื่นที่มีอยู่แล้ว ทั้งอีคอมเมิร์ซ โมบายล์แบงก์กิ้ง โลเคชั่น รวมทั้ง Augmented Reality ให้กลายมาเป็นบริการที่โดดเด่นด้วยความเป็นอินเทอร์แอ็คทีฟ และมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องกับบุคลิกของผู้ใช้ได้มากที่สุดและเอื้อให้มีปฏิสัมพันธ์ในระยะยาว ซึ่งนับเป็นหัวใจสำคัญของการบริการทั้งปวง

                5 เทรนด์เทคโนโลยีน่าจับตาในปี 2012
 Internet of Things เมื่อทุกสิ่งเชื่อมถึงอินเทอร์เน็ต

          ตามจริงแล้ว Internet of Things (IoT) ไม่ใช่ของใหม่ แต่เป็นไอเดียดั้งเดิมที่กำลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้นอย่างช้าๆ แนวคิดนี้อธิบายว่า วัตถุที่เราใช้งานในชีวิตประจำวันจะมีความชาญฉลาดมากขึ้น สามารถเชื่อมถึงกันและสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้โดยอาศัยเซ็นเซอร์ที่ฝังอยู่ภายใน ซึ่งแต่ก่อนสามารถทำได้ยากเพราะกระบวนการผลิตไมโครชิพยังไม่ได้รับการพัฒนามากเท่าปัจจุบัน แต่ช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ เราได้เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เซ็นเซอร์มีขนาดเล็กลง รวมทั้งระบบปฏิบัติการที่ได้รับการพัฒนาให้ยืดหยุ่นมากขึ้นนั้นก็เอื้อให้แนวคิดนี้มีความเป็นไปได้สูง

          ไม่เพียงแต่เซ็นเซอร์เท่านั้นที่มีส่วนให้ IoT ได้รับการพัฒนา แต่เทคโนโลยีที่เกี่ยวโยงกันอย่างการรู้จำภาพ (Image Recognition) และ Near Field Communication (NFC) ก็มีส่วนด้วยเช่นกัน ลูกเล่นการรู้จำภาพทำให้สัญลักษณ์อย่าง QR Code สามารถนำไปใช้ในการระบุตัวตนและให้ข้อมูลกับวัตถุได้ทุกรูปแบบ ตั้งแต่สินค้าและบริการ ไปจนถึงข้อมูลส่วนบุคคลผ่านทางโลโก้ที่อยู่บนเสื้อยืด ส่วนหนึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับอุปรณ์พกพาในปัจจุบันที่มักติดกล้องถ่ายภาพมาให้และบริการ 3G ที่ทำให้การสแกนและการเชื่อมต่อฐานข้อมูลออนไลน์เป็นไปอย่างรวดเร็ว

          ที่น่าจับตาในปีนี้ NFC หรือเทคโนโลยีรับ-ส่งข้อมูลระยะสั้นที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ทั้งบริการไมโครเพย์เมนต์ผ่านทางเครื่องอ่านที่ช่องทางชำระเงิน หรือใช้แทนกุญแจห้องพัก แต่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายชี้ว่า กว่าเทคโนโลยีนี้จะถูกใช้งานอย่างแพร่หลายก็คงต้องรอจนกว่าจะถึงปี 2015 ที่อุปกรณ์พกพาทุกชิ้นจะรองรับลูกเล่นดังกล่าว ระหว่างนี้สิ่งที่ต้องทำคือ พัฒนารูปแบบการใช้งานและการรักษาความปลอดภัยให้ดีขึ้น สร้างความรับรู้ให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภคทั่วไป รวมทั้งชี้ให้ร้านค้าให้ตระหนักถึงคุณประโยชน์ที่จะได้รับจากเทคโนโลยีนี้

 ร้านค้าออนไลน์ หรือซีดีจะถึงจุดจบ?

          โมเดล App Store จาก Apple และ Android Market จาก Google ได้วางรากฐานการซื้อ-ขายแอพพลิเคชั่นและโปรแกรมในยุคหน้าไว้อย่างเหนียวแน่น ด้วยราคาขายที่สามารถทำให้ถูกกว่าวางจำหน่ายตามร้านค้าปลีกและความง่ายในการใช้งาน ทำให้ไม่แปลกใจที่ยอดดาวน์โหลดของร้านค้าออนไลน์ทั้งสองจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

          Gartner ได้คาดเดาว่า ภายในปี 2014 ยอดดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นโดยรวมต่อปีจะเพิ่มเป็น 7 หมื่นล้านครั้ง ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูงเมื่อดูจากยอดขายของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่เพิ่มขึ้นในทุกปี ผลกระทบที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เลยคือ สื่อออฟติคอลดั้งเดิมอย่างซีดีหรือดีวีดี มีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมลดลง Steam จากบริษัท Valve นับเป็นผู้เบิกทางการขายซอฟต์แวร์เกมออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง จนกระทั่งนำไปสู่การพัฒนาต่อยอด อย่างเช่น OnLive บริการสตรีมมิ่งเนื้อหาเกมที่ต้องการเพียงคอมพิวเตอร์สักเครื่องที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็สามารถเสพเกมระดับ AAA ได้

          ทางด้านซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชันทั่วไปก็คงต้องยกให้ Apple ที่ใจถึงไม่ยอมขาย Mac OS X Lion แบบกล่อง แต่ให้ดาวน์โหลดผ่านทาง Mac App Store เท่านั้น รวมถึงการที่ทยอยวางจำหน่ายซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นใหม่ผ่านทางร้านค้าออนไลน์แต่เพียงแห่งเดียวด้วย โดยได้สอดคล้องกับแนวโน้มแล็ปท็อปในยุคหน้าที่จะมีลักษณะเป็น MacBook Air/อัลตร้าบุ๊กที่มีความบางเบา ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่มีออฟติคอลไดรฟ์มาให้ด้วยนั่นเอง

          มาในปีนี้แนวโน้มดังกล่าวก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ซ้ำกลับทวีความรุนแรงมากขึ้น เพราะ Microsoft จะได้ฤกษ์เปิดใช้งาน Windows Store สำหรับใช้งานกับอุปกรณ์ Windows 8 ทั้งหมด โดยมาพร้อมกับข้อเสนอที่ยั่วยวนใจอย่างลดการหักค่าหัวคิวลง เมื่อแอพพลิเคชั่นใดสามารถทำยอดขายได้เกินที่ระบุ หรือการวางจำหน่ายแอพพลิเคชั่นเฉพาะบางพื้นที่เพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และด้วยฐานผู้บริโภค Windows ที่กว้างอยู่แล้ว ยิ่งทำให้น่าติดตามมากว่ายอดดาวน์โหลดของ Windows Store จะเป็นอย่างไร

          สรุปโดยภาพรวมคือ เทรนด์เทคโนโลยีในปีนี้มีแนวโน้มที่จะเชื่อมถึงกันมากขึ้นผ่านช่องทางบริการออนไลน์ต่างๆ ที่สามารถเข้าถึงได้ โดยผ่านทางอุปกรณ์พกพาที่อาจหลอมรวมกันแบบไฮบริจ ใช้งานด้วยอินเทอร์เฟซแบบใหม่ เสริมเขี้ยวเล็บด้วยแอพพลิเคชั่นนับไม่ถ้วน ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของเราได้ถูกต้อง ทั้งหมดนี้อาจไม่ใช่ของใหม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราจะได้เห็นการใช้งานที่แพร่หลายมากกว่าเดิมแน่นอนครับ

 ที่มา http://www.unigang.com/Article/9935

สีสันสุดจี๊ด เทรนด์ใหม่ 2012


สีสันสุดจี๊ด เทรนด์ใหม่ 2012 - อินเทรนด์ - แฟชั่นคุณผู้หญิง              สีสันสดใสที่กำลังจะมาแรง สำหรับฤดูใบไม้ร่วงปี 2011/2012 ซึ่งในช่วงของฤดูใบไม้ผลิปี 2012 ยังเป็นเทรนด์สีสันสดๆ เดี่ยวๆ ดูโดดเด่นและร้อนแรง แอบหวานปนเซ็กซี่ ดีไซน์เน้นที่การสวมใส่ ใส่ง่ายมิกแอนด์แมซได้ในหลายๆโอกาส โดดเด่นด้วยสีสันสดใส เน้นให้คุณสาวๆ สวยเฉี่ยว หนุ่มๆเห็นคงต้องร้อง โอ้...ว้าว!!!! กันเลยทีเดียว



                          มาดูรูปกันเลย
             สีสันสุดจี๊ด เทรนด์ใหม่ 2012 - อินเทรนด์ - แฟชั่นคุณผู้หญิง
             สีสันสุดจี๊ด เทรนด์ใหม่ 2012 - อินเทรนด์ - แฟชั่นคุณผู้หญิง
            สีสันสุดจี๊ด เทรนด์ใหม่ 2012 - อินเทรนด์ - แฟชั่นคุณผู้หญิง
            สีสันสุดจี๊ด เทรนด์ใหม่ 2012 - อินเทรนด์ - แฟชั่นคุณผู้หญิง
            สีสันสุดจี๊ด เทรนด์ใหม่ 2012 - อินเทรนด์ - แฟชั่นคุณผู้หญิง
            สีสันสุดจี๊ด เทรนด์ใหม่ 2012 - อินเทรนด์ - แฟชั่นคุณผู้หญิง
            สีสันสุดจี๊ด เทรนด์ใหม่ 2012 - อินเทรนด์ - แฟชั่นคุณผู้หญิง
            สีสันสุดจี๊ด เทรนด์ใหม่ 2012 - อินเทรนด์ - แฟชั่นคุณผู้หญิง
            สีสันสุดจี๊ด เทรนด์ใหม่ 2012 - อินเทรนด์ - แฟชั่นคุณผู้หญิง
            สีสันสุดจี๊ด เทรนด์ใหม่ 2012 - อินเทรนด์ - แฟชั่นคุณผู้หญิง
      *การติดตามเทรนด์แฟชั่นในแต่ละปี ว่้าเป็นนแบบไหนอย่างไร ก็จะเป็นผลดีในการนำไปใช้เป็นแนวทางในการออกแบบของนักออกแบบ ที่จะไม่ตกเทรนด์ ผลงานที่ออกแบบก็จะไม่เฉย


            ที่มา  http://www.globalfashionreport.com/a377430-%E0%B8%AA-%E0%B8%AA-%E0%B8%99%E0%B8%AA-%E0%B8%94%E0%B8%88-%E0%B8%94-%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%94-%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1-2012

เทรนด์การออกแบบตกแต่งบ้านปี 2555



Hottest Trend 2012  เทรนด์การออกแบบบ้านในปี 2012

          ในปี 2012 เหล่าดีไซเนอร์ ผู้ผลิต และเหล่าบรรดานักออกแบบทั้งหลายต่างให้ความสำคัญกับการจับตามองเทรนด์ใหม่ ๆ ที่กำลังจะมาถึง โดยแบ่งออกเป็น
A. Modern Craft

          แนวโน้มการออกแบบตกแต่งบ้านในปีนี้ให้ความสำคัญกับเทคนิคและงานฝีมือแบบดั้งเดิม ที่ได้รับการนำมาปรับใช้กับผลงานร่วมสมัย งานฝีมือช่างแบบนี้มีส่วนช่วยให้งานตกแต่งห้องดูอ่อนหวานและเป็นธรรมชาติมากขึ้น เพราะผู้คนเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับสิ่งของที่ผลิตจากระบบโรงงานอุตสาหกรรมที่เหมือนๆ กันทั่วโลก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ยุคนี้นิยมหันมาสนใจสินค้าจากธรรมชาติ งานฝีมือ หรือสินค้าที่มีดีไซน์ดิบๆ เป็นธรรมชาติกันมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบเสมอไป ความผิดพลาดโดยบังเอิญนั้นอาจกลายเป็นความสวยงามที่น่าหลงใหลก็ได้
1. Vintage

      การแต่งบ้านสไตล์วินเทจเริ่มได้รับความนิยมในบ้านเรามานานกว่า 5-6 ปี แล้ว แต่ในปีนี้จะยิ่งคึกคักขึ้นกว่าเดิมเพราะเสน่ห์ความสวยงามของลวดลาย และความอ่อนช้อยของงานแกะสลักที่ปรากฏอยู่ในของตกแต่งสไตล์วินเทจนั้นถือเป็นความชื่นชอบของคนไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อได้รับการพัฒนาและปรับปรุงให้สวยงามขึ้นกว่าเดิม ด้วยการเล่นโทนสีให้หวานสดใสและใช้สีพาสเทลต่างๆ ผสมเข้ากับสีธรรมชาติอย่างขาว เทา และน้ำตาลอ่อน ยิ่งช่วยเติมเสน่ห์ให้ของแต่งบ้านสไตล์วินเทจทั้งของเก่าและเฟอร์นิเจอร์ใหม่ที่ยังคงรูปแบบการผลิตแบบดั้งเดิมได้กลับมารับความนิยมดูร่วมสมัยขึ้น
2. Skill Transfer

                   
       ความโดดเด่นของการแต่งห้องในปีนี้คือการให้ความสำคัญกับคุณภาพของการทำงาน จากเดิมที่เน้นเพียงความทันสมัย แต่ปีนี้คุณภาพของงานอันเกิดจากทักษะฝีมือช่างกลับมีความสำคัญเป็นลำดับแรก ไม่ว่าจะเป็นงานเฟอร์นิเจอร์เข้าไม้ที่แข็งแรง การเลือกไม้คุณภาพสูง รวมถึงเทคนิคการผลิตด้วยมือที่มีความเฉพาะตัว ไม่มีใครลอกเลียนได้ ผสมเข้ากับการออกแบบร่วมสมัยจนกลายเป็นเสน่ห์ชวนหลงใหล

        การแต่งห้องแบบนี้เรามักใช้กับการเน้นโครงสร้างบ้านที่มีการออกแบบสวยงาม ตั้งใจโชว์พื้น ผนัง และเพดานตามแบบสัจจะวัสดุ ไม่มีการลงสีหรือขัดแต่งมากจนเกินไป เพื่อให้บ้านดูสวยแบบธรรมชาตินั่นเอง
3. Family Plus
                               
         จากสภาวะเศรษฐกิจที่ค่อนข้างย่ำแย่อยู่ในขณะนี้ กลับมีข้อดีบางอย่างที่เราคาดไม่ถึงนั่นคือ คนในครอบครัวกลับมาอยู่ร่วมกันมากขึ้น
 
     
        เราจึงเริ่มแต่งบ้านให้รู้สึกอบอุ่นน่าอยู่อาศัยเพื่อให้เราและทุกคนในครอบครัวอยากอยู่บ้านมากขึ้น ไม่อยากออกไปเที่ยวแฮงก์เอาต์หรือไปต่างจังหวัดบ่อยนัก นิยมตกแต่งบ้านด้วยของสะสมต่าง ๆ รวมไปถึงของใช้ที่ทำขึ้นเอง หรือเป็นผลงานของทุกคนในครอบครัวที่ช่วยการสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยความรักและเอาใจใส่ ไม่ได้ทำมาเพื่อค้าขายแต่อย่างไร
4. Light-Dark

           
 
          
          ความแปลกแหวกแนวอีกอย่างของการแต่งห้องในปีนี้คือ การตกแต่งห้องเลียนแบบการจัดแสงเงาในสตูดิโอสมัยก่อน ลองย้อนนึกถึงภาพยนตร์ขาวดำสมัยก่อนคงทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ภายในห้องจะเต็มไปด้วยการจัดวางองค์ประกอบของเฟอร์นิเจอร์ที่สวยงาม เกิดแสงตกกระทบเป็นเส้นสายตัดกันไปมา เน้นใช้โทนสีขาวดำ เรียบเท่ และลึกลับ รวมถึงการใช้โทนสีดิบๆ ของวัสดุตามธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นสีเทาของคอนกรีต หรือสีไม้ซีดที่ผ่านการใช้งานมายาวนาน

B. Modern Luxury
         
          ความหรูหราเป็นความฝันของคนทุกยุคทุกสมัย แม้แต่ในขณะที่เศรษฐกิจกำลังตกต่ำอย่างทุกวันนี้ ผู้คนก็ยังแสวงหาความหรูหรากันอยู่ดี เพียงแต่ปีนี้ความหรูหราไม่ได้มาพร้อมกับความฟุ่มเฟือย แต่เป็นความหรูหราของการใช้โทนสีและวัสดุที่มีความแวววาวน่าสนใจแทน
การออกแบบบ้านในปีนี้จึงเน้นการใช้วัสดุหรูหราและสีสดใสบนรูปทรงที่สวยงามแปลกตา ช่วยเติมบรรยากาศให้บ้านดูหวือหวาน่าตื่นตาตื่นใจ แต่ทั้งนี้ก็ยังสามารถผสมผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยที่ต้องการให้บ้านเงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อนจริงๆ ได้ด้วย

1. Eco Luxury

          

ให้ความสนใจกับวัสดุที่เป็นมิตรกับธรรมชาติดูบริสุทธิ์ อย่างการตกแต่งบ้านด้วยไม้และวัสดุจากธรรมชาติจริงๆ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยสร้างงานให้ชุมชนหรือลดการใช้พลังงานได้ด้วย อีกส่วนที่น่าสนใจคือ ปีนี้ห้องนอนจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เราจะเริ่มซื้อหมอนที่มีคุณภาพดี มีความสวยงาม และนอนหลับสบายกันมากขึ้น ฐานที่นอนก็ต้องมีคุณภาพไม่แพ้กัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดหลัง ไม่ว่าราคาจะค่อนข้างสูงแค่ไหนก็ตาม ด้วยเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นเหมือนการให้รางวัลแก่ชีวิตหลังจากต้องทำงานหนักมาตลอดนั่นเอง

2. Opera Home

          

ความน่าหลงใหลบนเวทีแสดงโอเปร่าที่สวยงามถูกนำกลับมาใช้แต่งบ้านอย่างพอเหมาะไม่มากหรือน้อยจนเกินไป เพิ่มความหรูหราด้วยวัสดุมันวาวราคาไม่แพงอย่างกระจก เพื่อช่วยลวงตาให้ห้องดูกว้างขึ้น กระจกที่ใช้ต้องให้ภาพดูหรูหรา
          
อย่างการเลือกกระจกเงาเจียปรีมาประดับที่ผนัง ใช้กระเบื้องมันเงาดุจหินอ่อนขัดมัน มาปูพื้น เลือกชุดแก้วเจียระไนแวววาวมาประดับตกแต่ง หรือใช้ของประดับที่ทำจากคริสตัลสวารอฟสกี มีรายละเอียดของเงินมาช่วยสะท้อนแสงให้ดูหรูหรายิ่งขึ้น

3. Light Bright

          

เน้นการดึงแสงธรรมชาติเข้ามาสู่อาคารให้มากที่สุด โดยผ่านทางหน้าต่างกระจกหรือช่องเปิดต่างๆ ความนิยมนี้ได้สืบเนื่องมาจากกระแส Green design ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังคงมีการพูดถึงอยู่เรื่อยๆ เพราะทุกวันนี้ผู้บริโภคให้ความใส่ใจกับเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้นนั่นเอง

4. Timeless Color

         

เลือกใช้คู่สีแต่งบ้านที่สวยไร้ขีดจำกัดของกาลเวลา อย่างสีสวยงามตระการตาของ สีมรกต ทับทิม พลอย และไพลิน สีเหลืองทอง และสีปะการังแปลกใหม่สดใส สีฟ้าคราม สีครีมหวานฉ่ำ สีขาวงาช้าง สีน้ำตาล สีเงินหรูหรา สีเทาอ่อนดูอบอุ่นร่วมสมัย
หรือจะประดับห้องด้วยผ้ากำมะหยี่ หรือผ้าขนสัตว์ที่อ่อนนุ่ม กรุผนังหินธรรมชาติ พลาสติกเงา โลหะ และไม้ เพิ่มเสน่ห์ด้วยของแต่งบ้านที่เป็นตัวอักษรหรือวลีสวยๆ เพียงเท่านี้บ้านของคุณก็สวยงามไร้กาลเวลาแล้ว

C. Surprise that please
         
          ผู้คนในปัจจุบันต้องทนกับความเครียดจากปัญหาต่างๆ รอบตัว เราจึงต้องหาทางออกด้วยการหันไปให้ความสนใจกับสิ่งที่ดูสนุกสนานและสวยงามกันมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่การตกแต่งบ้าน สิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยให้พวกเราคลายเครียดได้ก็คือ ไอเดียการแต่งบ้านที่สร้างความแปลกใจ คาดไม่ถึง โดยยังคงอยู่ในงบประมาณที่ไม่แพงเกินไป
1. Super Size

         

ปีนี้การออกแบบของใช้และของแต่งบ้านแนวสนุกๆ กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ด้วยการเล่นกับสิ่งของที่มีขนาดใหญ่เกินจริง แค่มีของชิ้นนั้นมาประดับไว้ในห้องก็สามารถสร้างความสดใสและดูน่าสนใจขึ้นได้ทันที เช่น การประดับโคมไฟขนาดใหญ่เกินจริง ให้กลายเป็นงานประติมากรรมสวยๆ ดูโดดเด่น สร้างความดึงดูดใจให้ทุกคนที่ได้พบเห็น

2. Picture on Floor


การเล่นสีสันและลวดลายพรมชิ้นก็เป็นไอเดียการแต่งห้องที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เพียงเก็บเฟอร์นิเจอร์ชุดเดิมไว้ แล้วเปลี่ยนลวดลายพรมผืนใหม่ เท่านี้ก็เป็นการสร้างเรื่องราวใหม่ๆ ให้ห้องได้แล้ว
ความกล้าอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยให้ห้องดูสนุกไม่จำเจน่าเบื่อก็คือการใช้สีพื้นให้โดดเด่นขึ้น โดยเลือกทาสีพื้นด้วยอีพ็อกซี่สีสันสดใส หรือปูพื้นด้วยกระเบื้องสีสด ลดสีสันบนผนังให้เป็นเพียงสีขาว วิธีนี้ช่วยให้ห้องยังคงดูโปร่งสบาย ห้องกว้างขึ้น แต่กลับมีสีสันมาช่วยเพิ่มความสดใสให้ห้องได้อีกทางหนึ่ง
3. Art Wall

         

คนเริ่มให้ความสำคัญกับการตกแต่งผนังด้วยวิธีสนุกๆ มากยิ่งขึ้น โดยมีวิธีตกแต่งผนังให้น่าสนใจมากมาย ดังนี้
เลือกแต่งผนังด้วยงานศิลปะขนาดใหญ่
ติดวอลเปเปอร์แบบพิเศษที่สามารถสั่งผลิตลวดลายได้ตามต้องการ
การสร้างลวดลายแปลกตาด้วยวอลเปเปอร์ธรรมดาๆ
การทำลวดลายบนผนัง หรือการทำปูนปั้นให้นูนออกจากผนังหรือเสาอาคาร
จากเดิมที่เราเคยวางของกระจัดกระจายเต็มห้อง ปีนี้กลับให้ความสำคัญกับการจัดเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบขึ้น ด้วยการทำชั้นวางของให้เต็มพื้นที่มากที่สุด แต่ที่สำคัญชั้นวางของนี้ก็ต้องมีการออกแบบให้สวยงามไม่เหมือนใคร



ขอขอบคุณ room ฉบับเดือนมกราคม 2555
คอลัมน์room rescued
www.roommag.com

ที่มา http://www.softbizplus.com/decorate/1693-home-decorating-trends-2012

วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

แบบ หรือการนำเสนอการออกแบบ


การทำแบบจะเป็นใช้ในการนำเสนอผลงานของนักออกแบบมาในรูปแบบต่างๆ แล้วแต่เทคนิค ตามความถนัด เพื่อใช้ในการสื่อสารกับผู้คน ให้สามารถเข้าใจมากขึ้น โดยไม่ต้องจินตนาการเอง

       แบบจึงเป็นผลงานจากการออกแบบ เป็นสิ่งที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์และฝีมือของนักออกแบบ แบบมีอยู่หลายลักษณะ ดังนี้ 

        1. เป็นภาพวาดลายเส้น (drawing) ภาพระบายสี (Painting) ภาพถ่าย (Pictures) หรือแบบร่าง (Sketch) แบบที่มีรายละเอียด (Draft) เช่น แบบก่อสร้าง   ภาพพิมพ์ (Printing) ฯลฯ ภาพต่าง ๆ ใช้แสดงรูปลักษณะของงาน หรือแสดงรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับงาน ที่เป็น 2 มิติ 





      2. เป็นการทำภาพแบบสามมิติ ในโปรแกรม 3D max Sketch Up โดยส่วนมากจะนำเสนอในรูปแบบของPerspective ทำให้เราสามารถมองเห็นงานได้เหมือนจริงมาก 



                   รูปจากโปรแกรม 3D Max

        3. เป็นแบบจำลอง (Model) หรือของจริง เป็นแบบอีกประเภทหนึ่งที่ใช้แสดง รายละเอียดของงานได้ชัดเจนกว่าภาพต่าง ๆ เนื่องจากมีลักษณะเป็น 3 มิติ ทำให้ สามารถเข้าใจในผลงานได้ดีกว่า นอกจากนี้ แบบจำลองบางประเภทยังใช้งานได้ เหมือนของจริงอีกด้วยจึงสามารถใช้ในการทดลอง และทดสอบการทำงาน เพื่อหา ข้อบกพร่องได้ อีกทั้งยังสามารถมองเห็น พื้นที่ ขนาดการใช้งาน ได้ดีว่าจะใช้ได้จริงหรือไม่ 



*บางทีอาจจะมีเทคนิกวิธีการอื่นๆ ที่นอกเหนือจากที่กล่าวมา แต่ใจความหลักก็เพื่อสื่อสารกับคนดูให้เข้าใจในความคิดของนักออกแบบ
ที่มา ข้อมูล http://www.prc.ac.th/newart/webart/design01.html

วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2555

living room

   การออกแบบห้องนั่งเล่น       

            ห้องนั่งเล่นของคุณเป็นหนึ่งในห้องที่สำคัญที่สุดในบ้านทั้งหมด และส่วนใหญ่ของคนใช้จ่ายมากเวลาในห้องนั่งเล่น  ห้องนั่งเล่นไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ที่ผ่อนคลาย พักผ่อน ต้อนรับแขก แต่ทำหน้าที่เป็นจุดโฟกัสของบ้าน และสถานที่ที่จะนำความสะดวกสบายและความสุขให้กับทุกคนที่อาศัยอยู่ของ ตอนนี้เราทุกคนรู้ว่าเมื่อเราได้เข้าพักในห้องนั่งเล่น จะเป็นห้องแรกที่แขกของคุณดูและ เราควรดูแลของวิธีการมองหาสถานที่แห่งนี้โดยการสร้างสิ่งที่จะสะท้อนให้เห็นถึงสไตล์ของเราเอง มีสไตล์การตกแต่งที่สะท้อนความเป็นตัวตนของเจ้าของได้ 
          
           บริเวณนั่งเล่นเป็นส่วนสำคัญที่ใช้นั่งคุยกัน ดูทีวี ทานขนม เล่นเกมส์ อ่านหนังสือ และพักผ่อน ดังนั้นที่นั่ง ที่ใช้ควรจะสบายการจัดวางพื้นที่ห้องนั่งเล่น ในส่วนของเแปลน ควรจัดวางให้ยืดหยุ่นได้ สามารถปรับเปลี่ยนได้  และจัดวางอุปกรณ์ การเล่นให้อยู่ใกล้ๆ กับเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ ควรจะเคลื่อนย้ายได้ เพื่อให้เหมาะ กับการนำมาจัดใหม่ ในการ สังสรรค์กันแต่ละครั้ง ในกรณีที่เป็นห้องขนาดเล็ก แต่ถ้าเป็นห้องขนาดใหญ่ ควรใช้เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ และเคลื่อนย้าย ไม่ได้หนึ่งหรือสองตัว นอกจากนั้น ควรจะเป็น เฟอร์นิเจอร์ที่มีน้ำหนักเบา ซึ่งสามารถนำมาตั้ง 

            สีที่นิยมใช้ ได้แก่สีครีมอ่อน สีครีมเข้ม สีเบท และสีปนสีขาว นั้นให้ชีวิตชีวา ที่สนุกสนาน และอบอุ่น  

ตัวอย่างการออกแบบห้องนั่งเล่น 


                              ต้องการให้ห้องเป็นพื้นที่พักผ่อนของสาวมั่น ที่ยังคงมีความหวานซ้อนอยู่ เป็นการออกแบบผสม
                   ความเป็นลอฟท์ รวมเข้ากับสไตล์โมเดิร์น 
                                      เป็นตัวอย่างเล็กๆ ที่เรานำมาให้ดูกัน